ข่าวและกิจกรรม

กิจกรรมตักบาตร “บุญสุนทาน ประจำเดือนมกราคม 2569” ณ เรือนไทย จุฬาฯ

 

วันที่ 30 มกราคม 2569 คณะจิตวิทยา โดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี และคุณเวณิกา บวรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เป็นตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมตักบาตร “บุญสุนทาน ประจำเดือนมกราคม 2569” ณ เรือนไทย จุฬาฯ ซึ่งจัดโดยธรรมสถาน ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ งานนี้มี ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธาน และมีผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารและบุคลากรคณะ สถาบัน หน่วยงาน และนิสิตจุฬาฯ ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 9 รูป จากวัดสระเกศ

 

 

 

 

แสดงความยินดี ครบรอบ 109 ปี แห่งการสถาปนาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา และคุณเวณิกา บวรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เข้าร่วมพิธีตักบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 109 ปี แห่งการสถาปนาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมพิธีเปิดลาน Sci Square โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานในพิธีเปิด โดยลาน Sci Square สร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในคณะฯ

คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าศึกษาดูงาน แขนงวิชาจิตวิทยาธุรกิจ

 

วันที่ 29 มกราคม 2569 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนาห้องปฏิบัติการจิตวิทยา แขนงวิชาจิตวิทยาธุรกิจ คุณจิตวิทยา จุฬาฯ โดย ผศ. ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์จิตวิทยา และประธานแขนงวิชาจิตวิทยาธุรกิจ เป็นตัวแทนให้การต้อนรับและการบรรยาย

 

 

ขอแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับ นส.ณภัทร ตรีโชติ นิสิตชั้นปีที่ 2 ที่ทำชื่อเสียงให้คณะและมหาวิทยาลัยด้านวิชาการ

 

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับ นส.ณภัทร ตรีโชติ นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ที่ชื่อเสียงให้คณะและมหาวิทยาลัยด้านวิชาการ ดังนี้

 

 

(1) งาน Idea spark challenge 2025
ได้รับรางวัลชนะเลิศ จาก 531 ทีม จัดโดย องค์กร CA-ASE และ บริษัท Grab Thailand แข่งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 – 2 สิงหาคม 2568
(2) งาน U power Marketing Campaign Challenge Season 8
ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 และทุนการศึกษาสนับสนุนจากแบรนด์ Say Ohh จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ร่วมกับแบรนด์ 10 องค์กร แข่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 – 12 ธันวาคม 2568

ขอแสดงความยินดีกับนิสิตคณะจิตวิทยา ที่คว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์”

 

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับนิสิตคณะจิตวิทยา ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระหว่างวันที่ 9 – 19 มกราคม 2569 และคว้าเหรียญรางวัล ดังนี้

 

(1) นายณฐภัทร โกแมน นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะจิตวิทยา ได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ในการแข่งขันกีฬาเรือพาย

  • เหรียญทอง ประเภทกระดานยืนพาย ชาย 1,000 เมตร และ
  • เหรียญเงิน ประเภทกระดานยืนพาย 1 คน ชาย 200 เมตร

 

 

 

 

(2) นางสาวปรางค์ภัทรา จิรโพธิกุล คณะจิตวิทยา ชั้นปี 4 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน กีฬาเรือพาย ประเภทกรรเชียงบก ทีม 4 คน ทั่วไป ผสม 2,000 เมตร

 

ค่ายเจาะจิต ครั้งที่ 20 ปี 2569

 

เมื่อวันที่ 24-25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดกิจกรรม “ค่ายเจาะจิต ครั้งที่ 20” เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 95 คน ที่สนใจในด้านจิตวิทยาได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง โดยพี่ ๆ นิสิตทั้งภาคไทยและหลักสูตรนานาชาติ (JIPP) ได้นำความรู้ทางจิตวิทยามาประยุกต์เป็นกิจกรรมที่สนุกและเข้าใจง่าย เพื่อให้น้อง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง พร้อมทั้งเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในอนาคต

 

 

 

 

 

พิธีเปิด กีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2569

 

คณะจิตวิทยา นำโดยคณบดี ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ พร้อมด้วยตัวแทนบุคลากรคณะจิตวิทยา เข้าร่วมในพิธีเปิด กีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2569 ในวันที่ 23 มกราคม 2569 โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
จากนั้นเป็นการจุดไฟฤกษ์จากแสดงอาทิตย์ และอธิการบดีจุฬาฯ ได้ วิ่งนำคบเพลิงจากหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ส่งต่อให้ผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้แทนส่วนงานวิ่งผ่านจุดต่างๆ ไปยังสนามกีฬาจุฬาฯ ตามด้วยการเชิญธงกีฬาบุคลากรขึ้นสู่ยอดเสา และผู้แทนนักกีฬาจุดคบเพลิงที่กระถางคบเพลิง
กีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2569 จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 6 มีนาคม 2569 ใน 25 ชนิดกีฬา

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Schema-Focused Psychotherapy for Challenging Clients” รุ่นที่ 2

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ

Schema-Focused Psychotherapy for Challenging Clients: Integrating CBT, Psychodynamic, and Gestalt Approaches รุ่นที่ 2

 

สำหรับนักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาการปรึกษา นักจิตบำบัดและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตที่มีความรู้เกี่ยวกับจิตบำบัด

 

 

วันที่ 20-21 มีนาคม 2569  เวลา 9.00-17.30 น. (รวมจำนวน 15 ชั่วโมง)
ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

เนื้อหาการอบรม
  • แนวคิดและทฤษฎีจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นโครงข่ายความคิด อารมณ์และความรู้สึก (Schema-Focused Psychotherapy)
  • ขั้นตอนกระบวนการจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นโครงข่ายความคิด อารมณ์และความรู้สึก (Schema-Focused Psychotherapy)

 

วิทยากร
  • รศ. ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี (Ph.D. in Clinical Psychology, The University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย)

 

อัตราค่าลงทะเบียน

6,600 บาท | รับจำนวน 25 ที่นั่ง
รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการฝึกอบรม

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เบอร์โทรศัพท์โครงการ : 092-268-2385

อีเมล : psychulaworkshop@gmail.com

 

 

 

 

 

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5 โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ

Learning Emotionally Focused Couple Therapy (EFT): An Introduction to Comprehensive Theory, Basic Skills, and a Step-by-Step Process

 

การอบรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน ทักษะที่สำคัญและกระบวนการตามแนวคิด Emotionally Focused Couple Therapy (EFT) เหมาะสำหรับนักจิตวิทยา หรือผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิต จัดโดย ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness) คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

วันที่ 07-09 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 – 16.30 น.
ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

วิทยากร

 

รับจำนวนจำกัด 25 ท่าน เท่านั้น

 

ลงทะเบียนทาง: https://forms.gle/TU3Xb1aG7YVL6WkB8
หนังสือเชิญ:

 

 

เนื้อหาการอบรม
  • แนวคิดและทฤษฎีจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • ทักษะที่สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงาน จิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • กระบวนการและกลไกของจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • ขั้นตอนจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)

 

อัตราค่าลงทะเบียน
  • 8,500 บาท (อัตราค่าลงทะเบียนนี้ รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารการอบรมและประกาศนียบัตรสำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 80% ของเนื้อหา)

 

*การยกเลิกการลงทะเบียน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าลงทะเบียนทุกกรณี*

 

 

 

 

ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบอร์โทรศัพท์โครงการ : 092-268-2385
อีเมล : psychulaworkshop@gmail.com

เลื่อนไปเรื่อย ๆ ไม่เสร็จเสียที… ทำอย่างไรดีกับการผัดวันประกันพรุ่ง

 

  • “อีกแป็บนึง..”
  • “เดี๋ยวค่อยทำละกัน…”
  • “ไว้ทีหลังละกันนะ…”
  • “เดี๋ยวค่อยคิด…”

 

หลายคนคงเคยพูดประโยคเหล่านี้กันมาบ้าง บางครั้งเราใช้ประโยคเหล่านี้เพราะเราอาจจะกำลังยุ่งกับเรื่องหลายเรื่อง และบางครั้งเราก็จะใช้ประโยคเหล่านี้เพียงเพราะเรายังไม่อยากจะทำงานที่เราต้องทำ ไม่อยากจะอ่านหนังสือที่จำเป็นต้องอ่านเพื่อทำรายงาน หรือแม้แต่ไม่อยากตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องเพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น ๆ

 

เหตุการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า “การผัดวันประกันพรุ่ง” (Procrastination) หรือ การที่เราเลื่อนการทำอะไรบางอย่างหรือแม้แต่เลื่อนการตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าความสามารถของเราที่จะทำได้ และเราก็รู้อยู่แล้วว่า การเลื่อนที่จะทำสิ่งเหล่านั้นออกไปอาจจะส่งผลเสียต่อเราในภายหลังได้ อย่างเช่นว่า สุดท้ายแล้วงานชิ้นนั้นก็ไม่เสร็จเสียที จนอาจทำให้เราไม่สามารถส่งงานได้ทันตามกำหนด

 

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่งกันก่อน

 

 

 

ธรรมชาติของมนุษย์


 

 

เราทุกคนมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ในตัวเองอยู่แล้วไม่มากก็น้อย เนื่องจากเรามีพลังงานและเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน ดังนั้นเรื่องบางเรื่องหรืองานบางงานที่เราตั้งใจจะทำ มันก็อาจจะถูกเลื่อนออกไปก่อน เพราะเราหมดแรงหรือไม่มีเวลาพอที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จได้ เราสามารถผัดวันประกันพรุ่งได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กขนาดไหน

 

การผัดวันประกันพรุ่ง มี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

 

  1. การผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจ (Passive procrastination)

    เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเราเองตัดสินใจแล้วว่าจะทำสิ่ง ๆ นั้นให้เสร็จ แต่เราก็หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการลงมือทำสิ่งนั้นออกไป จนสุดท้ายแล้วก็ไม่ลงมือทำเสียที เช่น เราอาจจะคิดว่า “เดี๋ยวเราจะเริ่มพิมพ์รายงานหลังจากที่เราล้างจานเสร็จ” แต่เมื่อล้างจานเสร็จ เราก็มีความคิดใหม่ว่า “ขอถูบ้านก่อนละกัน เดี๋ยวถูบ้านเสร็จจะเริ่มทำรายงานละ” แล้วก็มีเรื่องอื่น ๆ ให้ทำขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำรายงานเสียที ผลสุดท้ายสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาจากการผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจคือ “ความรู้สึกผิด” ที่ไม่ลงมือทำสิ่งนั้น จนสุดท้ายอาจทำให้เสียโอกาสบางอย่างไป

  2. การผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ (Active procrastination)

    เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเรามีการ วางแผน และตั้งใจที่จะเลื่อนการทำสิ่ง ๆ นั้นออกไป การผัดวันประกันพรุ่งในรูปแบบนี้มักจะเกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า “การทำงานภายใต้แรงกดดันของเวลาจะทำให้เราทำงานได้ดีที่สุด” สำหรับบางคนความเชื่อนี้อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ก็ไม่เสมอไป ถึงแม้เราจะพบว่า เราสามารถทำงานได้ดีภายใต้แรงกดดันของเวลา แต่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เราทำสิ่งนั้นเสร็จคือ ความรู้สึกของการเป็นเหยื่อจากการผัดวันประกันพรุ่ง เช่น ความรู้สึกเหนื่อยจากการที่ต้องรีบและทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับสิ่งเดียวเพื่อให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด หรือ การมีความคิดว่า “หากมีเวลามากกว่านี้ ก็คงไม่ต้องรีบและเหนื่อยขนาดนี้”

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว การผัดวันประกันพรุ่งมักเกิดขึ้นในลักษณะของการที่เราเลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญน้อยกว่าก่อน โดยเลื่อนสิ่งที่เป็นเรื่องที่สำคัญออกไป

 

และเมื่อเราเลื่อนสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไป เราก็มักจะบอกกับตัวเองว่า “เราก็ทำบางอย่างเสร็จเหมือนกันนะ (ถึงแม้จะสำคัญน้อยกว่าเรื่องที่ควรจะทำก็ตาม) ดังนั้นการที่เราเลือกจะไม่ทำสิ่งนี้แล้วไปทำสิ่งอื่นก่อน ก็ไม่แย่นะ… เพราะเราก็ทำสิ่งที่เราเลือกเสร็จไง !!!” แต่ถ้าลองพิจารณาให้ดี ก็จะรู้ว่า ในความเป็นจริงแล้วเรากำลังผัดวันประกันพรุ่ง โดยเลือกทำในสิ่งที่ไม่สำคัญ (และบางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำในเวลานั้น) หรือ มีความสำคัญน้อยกว่า และเลือกที่จะไม่ทำสิ่งที่จริง ๆ แล้วควรจะทำให้เสร็จในตอนนี้

 

บ่อยครั้งในการผัดวันประกันพรุ่ง กิจกรรมที่เราเลือกทำมักจะเป็นกิจกรรมที่เราชอบ หรือสร้างความสุขให้กับเรา ซึ่งหากดูเผิน ๆ สิ่งนี้ก็น่าจะดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยสร้างความสุข ความผ่อนคลายให้กับเราได้ แต่… สุดท้ายแล้ว เมื่อต้องกลับมาทำสิ่งที่เราเคยเลื่อนมันออกไปให้เสร็จ การผัดวันประกันพรุ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เราเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง (Self-criticism) หรือทำให้เรารู้สึกเครียด รู้สึกเศร้า หรือ รู้สึกแย่กับตัวเองได้

 

 

ทำไมเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง ???


 

 

สาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่งมีอยู่หลากหลายสาเหตุ เช่น

 

แรงจูงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ เราใช้การผัดวันประกันพรุ่งรูปแบบนี้ก็เพราะเชื่อว่า ยิ่งใกล้หมดเวลา เรายิ่งมีแรงกระตุ้นที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้นให้เสร็จ เหมือนเราใช้กำหนดเวลาเป็นตัวผลักดันให้ทำสิ่งนั้นให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด

 

การรับรู้ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ต้องทำ ลองนึกถึงสถานการณ์เมื่อเรานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อจะเริ่มพิมพ์งาน หรือ กำลังมองหนังสือที่เรากำลังจะอ่าน เราอาจจะรู้สึกเบื่อ เหนื่อย ไม่อยากทำ เรารับรู้ความรู้สึกนั้นและไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้น เราจึงเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นก่อนเพื่อให้หลุดออกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยลืมคิดไปว่า สุดท้ายแล้วหากงานไม่เสร็จ หรือ อ่านหนังสือไม่จบ จะเกิดอะไรขึ้นและเราจะรู้สึกอย่างไร

 

ความสามารถในการจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อนาคตคือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น การคิดถึงอนาคตจึงเป็นเพียงการจินตนาการว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการผัดวันประกันพรุ่งรุนแรงน้อยกว่าความเป็นจริง เช่น ความเครียดที่เกิดขึ้นจากกำหนดเวลาที่ใกล้เข้ามา หรือ ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นเพราะพลาดโอกาสบางอย่างจากการไม่ตัดสินใจ เป็นต้น เราอาจไม่ทันคิดว่าเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาส่งงานเราจะเครียดได้มากขนาดไหน จึงทำให้เราตัดสินใจที่จะเลื่อนสิ่งที่จำเป็นต้องทำออกไปเพราะเราประเมินว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่น่ากังวล

 

การประเมินเวลาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เราอาจไม่ได้มีความสามารถในการประเมินเวลาที่ใช้แม่นยำมากนัก ไม่ว่าจะในรูปแบบของการประเมินเวลาที่ใช้น้อยกว่าความเป็นจริงหรือมากกว่าความเป็นจริง เมื่อเราประเมินว่าสิ่งที่เราต้องทำนั้นใช้เวลาน้อยกว่าความเป็นจริง เราก็จะคิดว่า “น่าจะมีเวลาพอแหละที่จะทำให้เสร็จ” “ก็เหลืออีกไม่กี่หน้านะที่ต้องอ่าน ทันแหละ…” ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะเลื่อนสิ่งนั้นออกไปเพราะคิดว่า “เดี๋ยวค่อยทำ… ยังไงก็ทัน” ในทางตรงกันข้าม หากเราประเมินว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นใช้เวลามากเหลือเกิน เราก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการทำสิ่งนั้นออกไปเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากตกอยู่ในความเครียด ความเหนื่อย หรือ ความเบื่อ นานขนาดนั้น

 

รอเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือ เวลาที่เราจะรู้สึกพร้อม ไม่เหนื่อย เต็มไปด้วยพลัง ดังนั้นเมื่อต้องทำอะไรบางอย่างด้วยความไม่พร้อม เราจึงเริ่มคิดถึงการเลื่อนสิ่งนั้นออกไปก่อน ขอไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ตัวเองพร้อมกว่านี้ ซึ่งในความจริงแล้วช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกพร้อมและเต็มไปด้วยพลังนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้น้อยครั้ง หรือ อาจจะไม่มีอยู่จริง

 

 

ทำอย่างไรกับการผัดวันประกันพรุ่ง ???


 

 

  • สิ่งแรกที่สำคัญคือ หาสาเหตุว่า ทำไมเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง เพราะเราไม่มีแรงจูงใจ ? เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับความเครียด ? เพราะคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ? เพราะรู้สึกไม่พร้อม ? เพราะอะไร ? การที่เราสามารถบอกได้ว่าเราเลื่อนที่จะทำสิ่งนั้นออกไปเพราะอะไร จะช่วยให้สามารถแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น
  • สร้างตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) เพราะหลายครั้งเราทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความเคยชิน เช่นเดียวกันกับการผัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นหากเรารู้ตัวว่า “เราไม่อยากทำสิ่งนี้ เราอยากจะทำอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาทำสิ่งนี้ทีหลัง” หรือก็คือ เรารู้ตัวว่า กำลังจะตัดสินใจใช้การผัดวันประกันพรุ่งแล้ว… เราจะสามารถหยุดพฤติกรรมนั้นได้
  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เพราะเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้เรารู้สึกเครียดและประเมินสิ่งต่าง ๆ ไม่ตรงตามความเป็นจริง
  • เตือนตัวเองไว้เสมอว่า “เวลาที่เหมาะสม” ไม่มีอยู่จริง เพราะการรอให้ทุกอย่างพร้อมเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างนั้น อาจกลายเป็นว่า เรามัวแต่รอไปเรื่อย ๆ เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเราก็ต้องกลับมาเร่งตัวเองเพื่อให้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนด รู้สึกเครียดที่จะต้องเร่งตัวเอง และรู้สึกผิดที่มัวแต่รอเวลาที่เหมาะสม
  • วางตารางเวลาของตัวเองในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวัน การรู้ตารางเวลากิจวัตรประจำวันจะช่วยให้เราสามารถประเมินเวลาและพลังงานของเราในเบื้องต้นได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเราในแต่ละวัน และจะมีช่วงเวลาไหนบ้างที่เราจะสามารถพักเหนื่อย สร้างพลังให้กับตัวเอง เพื่อให้สามารถจัดการเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือไปจากกิจวัตรประจำวันของเราได้

 

สุดท้าย… หากเราได้ผัดวันประกันพรุ่งไปแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการตำหนิตัวเอง ขอให้เตือนตัวเองไว้ว่า การตำหนิตัวเองไม่ได้ช่วยให้เราหยุดการผัดวันประกันพรุ่งได้ แต่กลับเป็นการทำลายกำลังใจของตัวเอง

 

  • ดังนั้น หยุดตำหนิตัวเอง แล้วกลับมาหาสาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะปรับพฤติกรรมของตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่ตั้งใจโดยไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่ง

 

 

 

 

รายการอ้างอิง

 

Finch, H. (2020). The psychology of procrastination: Understand your habits, find motivation, and get things done. Rockridge Press: California.

 

 

 

 


 

 

บทความโดย

ผศ. ดร.จิรภัทร รวีภัทรกุล

อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ