News & Events

งานวันคล้ายวันสถาปนาคณะจิตวิทยา ครบรอบ 30 ปี และการมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น

 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะจิตวิทยา ครบรอบ 30 ปี ณ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา ผู้บริหาร บุคลากร และนิสิตคณะจิตวิทยา ให้การต้อนรับผู้แทนจากส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย และคณาจารย์อาวุโสของคณะจิตวิทยา ที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันครบรอบนี้

 

จากนั้นมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คณะ และพิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2569 ให้แก่ ดร.ณรัณ พรพัฒนานางกูร ศิษย์เก่าดีเด่นประเภทนักวิชาการ นักวิจัย โดยมีครอบครัวเป็นผู้แทนรับมอบรางวัล และ คุณสโรชา กิตติสิริพันธุ์ ศิษย์เก่าดีเด่นประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมประเภทอื่น ๆ

 

 

 

 

 

รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เป็นทุนการศึกษาให้กับนิสิตคณะจิตวิทยา

 

คณะจิตวิทยา ขอกราบขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ ราชบัณฑิต และอดีตคณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เป็นทุนการศึกษาให้กับนิสิตคณะจิตวิทยา ในโอกาสการครบรอบ 30 ปี แห่งการสถาปนาคณะจิตวิทยา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

คณะจิตวิทยา จุฬาฯ หารือแนวทางความร่วมมือกับ Church World Service (CWS)

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยคุณภาสชัย แก้วสนธิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิรัชกิจ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Church World Service (CWS) ได้แก่ Christopher Eades ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชีย (Regional Representative for Asia), Ponsawan Laisuwan เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านโครงการ (Senior Program Officer) และ Saranya Setthi เจ้าหน้าที่ด้านโครงการด้านการคุ้มครองและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก (Program Officer, Child Protection and Wellbeing) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาวะ และการสนับสนุนประชากรกลุ่มเปราะบาง อันเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงานในอนาคต

 

 

 

 

กิจกรรมตักบาตร “บุญสุนทาน ประจำเดือนกรกฎาคม 2569” ณ เรือนไทย จุฬาฯ

 

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 คณะจิตวิทยา โดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี คุณวีระยุทธ กุลสุวิพลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และคุณเวณิกา บวรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เป็นตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมตักบาตร “บุญสุนทาน ประจำเดือนกรกฎาคม 2569” ณ เรือนไทย จุฬาฯ ซึ่งจัดโดยธรรมสถาน ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ งานนี้มี ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธาน และมีผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารและบุคลากรคณะ สถาบัน หน่วยงาน และนิสิตจุฬาฯ ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 9 รูป จากวัดสระเกศ

 

 

 

ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 61 ปี แห่งการสถาปนาคณะนิเทศศาสตร์

 

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา พร้อมด้วยคุณวีระยุทธ กุลสุวิพลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารคณะจิตวิทยา ร่วมแสดงความยินดีและมอบของที่ระลึก เนื่องในโอกาสครบรอบ 61 ปี แห่งการสถาปนาคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

 

 

 

 

 

 

คณะจิตวิทยาร่วมออกบูทกิจกรรม Chula Care Day 2026 ณ อุทยาน 100 ปี

 

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา ได้ร่วมออกบูทกิจกรรมกับ บ้านสุขภาพ จุฬาฯ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ พร้อมกับคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ในจุฬาฯในงาน Chula Care Day 2026 ภายใต้แนวคิด “จุฬาฯ เคียงข้าง สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน” ณ อุทยาน 100 ปี เวลา 8.00 – 12.00 น. ให้บริการตรวจสุขภาพและมีกิจกรรมเสริมความสุข ครอบคลุม 4 มิติ กาย ใจ งาน และเงิน เพื่อชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน เนื่องในวันสากลแห่งการดูแลตัวเอง หรือ Self-Care Day ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กรกฎาคมของทุกปี โดยศูนย์สุขภาวะทางจิตได้มีการจัดกิจกรรมการประเมินสุขภาวะทางจิตเบื้องต้นและแนวทางการจัดการความเครียด

 

 

 

 

โครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา หัวข้อ “หัวข้อ สมองในวัยชรา (Cognitive aging)”

 

โครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา หัวข้อ “สมองในวัยชรา (Cognitive aging)”

 

 

ข้อมูลจากภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกันว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged soceity) หรือจะมีคนสูงวัยที่อายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยข้อมูลล่าสุดคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดภายในปี 2573 หรืออีกภายใน 3 ปีที่จะถึงนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลทั้งทางบวกและลบต่อประเทศไทยในหลายมิติไม่ว่าจะเป็นมิติทางการศึกษา มิติทางเศรษฐกิจ/ธุรกิจ มิติทางสังคม และมิติทางสาธารณสุข การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของความสูงวัยทั้งทางบวกและลบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุและคนทั่วไปจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม

 

การอบรมความรู้ทางจิตวิทยาในหัวข้อ สมองในวัยชรา (Cognitive aging) มุ่งให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความชรา การทดสอบและการประเมินความปกติและผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับสมองเสื่อม แนวคิดเรื่องการสูงวัยอย่างประสบความสำเร็จ (Successful aging และ Superager) ความฉลาดในวัยชรา (Wisdom) ต้นทุนสมอง (Cognitive reserve) ของวัยชรา และนวัตกรรมในการกระตุ้นสมองของผู้สูงอายุ (Brain stimulation) ผู้บรรยายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์ความรู้ งานวิจัยและเครื่องมือต่างๆ ที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้จะทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนของความเปลี่ยนผ่าน สร้างความตระหนัก และมีแนวทางในการทดสอบ/ประเมินภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มแรก รวมถึงนำไปใช้ป้องกันหรือกระตุ้นสมองให้เกิดพฤฒพลัง (Active aging) ต่อไป

 

 

 

 

วิทยากร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีร วงศ์อุปราช

อาจารย์ประจำแขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

รูปแบบการจัดกิจกรรม

การอบรมรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น.

 

 

Highlight
  • การทำงานของสมองในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความชรา
  • การทดสอบและการประเมินความปกติและผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับสมองเสื่อม
  • แนวคิดเรื่องการสูงวัยอย่างประสบความสำเร็จ (Successful aging และ Superager)
  • ความฉลาดในวัยชรา (Wisdom) / ต้นทุนสมอง (Cognitive reserve) ของวัยชรา
  • นวัตกรรมในการกระตุ้นสมองของผู้สูงอายุ (Brain stimulation)

 

วัตถุประสงค์ 
  1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฏี และเครื่องมือวัดทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของสมอง ความฉลาดในวัยชรา ป้องกันและกระตุ้นสมอง
  2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนางาน การดำรงชีวิต หรือต่อยอดทางการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาและสมองในวัยชรา

 

 

โครงการอบรมนี้เหมาะสำหรับ

นิสิตนักศึกษา นักวิจัย คณาจารย์ ผู้สนใจทั่วไป

 

 

อัตราค่าลงทะเบียน

 

ค่าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ท่านละ 1,000 บาท

(ราคานี้รวมเอกสารประกอบการอบรมและ e-certificate)

 

* บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว สามารถเข้าร่วมการอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และมีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ

 

 

เงื่อนไขการลงทะเบียน

  1. กรุณาชำระค่าลงทะเบียนเข้าร่วมงานก่อนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน
  2. การส่งแบบฟอร์มลงทะเบียน จะต้องแนบหลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียนมาด้วย จึงจะถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์
  3. เมื่อผู้จัดงานได้ตรวจสอบการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งยืนยันการลงทะเบียนให้ทราบทางอีเมลภายใน 3 วันทำการ
  4. ใบเสร็จรับเงินจะจัดส่งให้ทางอีเมลที่กรอกมาในแบบฟอร์มลงทะเบียน (กรุณาตรวจสอบอีเมลของท่านให้ถูกต้อง)
  5. เมื่อชำระเงินค่าลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ทุกกรณี

 

 

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาทินี สนลอย โทร. 02-218-1307 หรือ email: Wathinee.s@chula.ac.th

Line OA: https://lin.ee/ZepebrQ

 

 

พิธีเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง

 

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 คณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นิสิตจุฬาฯ นิสิตเก่าจุฬาฯ และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปในการเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง ผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท ตั้งแต่หน้าคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ถึงหน้าสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ
ในการนี้บุคลากรและคณาจารย์คณะจิตวิทยา ได้ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ครั้งนี้ด้วย และการนี้ คณะจิตวิทยา คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมเครื่องราชสักการะ และเครื่องทองน้อย ณ บริเวณถนนพญาไท

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ร่วมลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ โถงอาคารจามจุรี 5 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เริ่มต้นการอ่านหนังสือกับลูกน้อยแบบ Shared Book Reading ตามพัฒนาการ

 

Shared Book Reading คืออะไร?

 

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “การเล่านิทานก่อนนอน” (Bedtime Story) แต่ Shared Book Reading มีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น กิจกรรมนี้ไม่ใช่การที่ผู้ใหญ่นั่งอ่านข้อความในหนังสือให้เด็กฟังในลักษณะที่เด็กเป็นผู้รับสารฝ่ายเดียว แต่ Shared Book Reading คือ “การสร้างปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง (Interactive/Dialogic Reading) ระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก โดยใช้หนังสือภาพเป็นสื่อกลาง” หัวใจสำคัญไม่ใช่การอ่านให้ฟัง แต่เป็นการอ่านร่วมกับเด็ก เพื่อให้เด็กได้คิด พูดคุย และมีส่วนร่วมในฐานะ “ผู้เล่าเรื่องร่วม”

 

การอ่านหนังสือร่วมกันกับลูกสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันแรกที่พากลับบ้าน หรือจะรอให้ชีวิตเข้าที่เข้าทางก่อน แล้วเริ่มอ่านตอนลูกอายุประมาณ 2–3 เดือนก็ได้ แม้ว่าในตอนนั้นทารกจะยังไม่เข้าใจคำศัพท์และเนื้อเรื่อง หรือมองภาพยังไม่ชัด แต่สมองของเขาเริ่มทำงานผ่านการรับรู้น้ำเสียงที่นุ่มนวล ทำนองการอ่าน และจังหวะการพูดของพ่อแม่แล้ว

 

เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและสนุกกับการอ่านกับลูกมากขึ้น โดยไม่เผลอคาดหวังจนเครียด เรามาดู “พัฒนาการพฤติกรรมการอ่านร่วมกัน” ของเด็กในแต่ละช่วงวัย ซึ่งพฤติกรรมแปลก ๆ บางอย่าง (เช่น เอาหนังสือมาแทะ หรือเปิดข้ามหน้า) แท้จริงแล้วคือพัฒนาการที่ปกติและน่าชื่นชมตามช่วงวัยเสียด้วยซ้ำ

 

 

ช่วงแรกเกิด – 1 ขวบ


 

 

ในวัยนี้ เด็กยังไม่เข้าใจระบบสัญลักษณ์หรือตัวอักษร หนังสือสำหรับเขาคือ “ของเล่นชิ้นใหม่” ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ ช่วงวัยนี้เด็กจะโตไวมาก และมีการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการที่ก้าวกระโดด จึงขออธิบายแบ่งเป็นช่วงย่อย 3 ช่วง

 

แรกเกิด – 4 เดือน: สนใจเสียงและใบหน้า

 

พฤติกรรมปกติที่พบได้: เด็กจะยังไม่มองหนังสือ ส่วนหนึ่งเพราะสายตายังมองเห็นได้ไม่ดีนัก แต่ช่วงวัยนี้มีสิ่งที่ลูกชอบมองเป็นพิเศษ ก็คือใบหน้าของพ่อแม่ โดยเฉพาะเวลาที่ขยับปากขยับตัวพูดกับเขาด้วยโทนเสียงเดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ หรือ Parentese ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาเล่าเรื่อง

 

อายุ 5–7 เดือน: คว้า จับ และคว่ำหนังสือ

 

พฤติกรรมปกติที่พบได้: เด็กเริ่มเอื้อมมือคว้าหนังสือ ดึง ลูบสัมผัสผิวหนังสือ และสิ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ “การเอาหนังสือเข้าปาก” ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของการสำรวจสิ่งของในวัยนี้ หากมีพฤติกรรมเช่นนี้ เราอาจจะให้ลูกได้ถือของอีกสักสิ่งหนึ่ง ให้ลูกได้กัดหรือจับ ระหว่างนั่งดูพ่อแม่เล่าเรื่อง ชี้ภาพในหนังสือไปด้วย

 

อายุ 8–12 เดือน: เริ่มชี้ชวนและเปลี่ยนหน้า

 

พฤติกรรมปกติที่พบได้: เด็กสนใจมองภาพตามที่เราชี้มากขึ้น เริ่มรู้จักพลิกหน้าหนังสือเอง (แม้จะเปิดทีละหลายๆ หน้า) เริ่มเข้าใจวิธีใช้นิ้วชี้ไปยังรูปภาพที่สนใจ และส่งเสียงอ้อแอ้ตอบรับเวลาเราถาม

 

ไอเดียสำหรับพ่อแม่:

ควรเลือกหนังสือผ้า (Cloth books) หรือหนังสือบอร์ดบุ๊คเล่มหนา ๆ (Board books) ที่ทนทาน และไม่มีขอบคม เน้นรูปภาพขนาดใหญ่ สีสันสดใสตัดกันชัดเจน เน้นการอ่านให้เป็นกิจวัตร แม้ลูกจะดูไม่ได้สนใจหรือเข้าใจอะไรนัก ก็ไม่เป็นไร

 

 

 

 

ช่วงอายุ 1 ขวบ


 

เมื่อย่างเข้าสู่วัยเตาะแตะ เด็กจะเริ่มพัฒนา การเป็น “ผู้ร่วมอ่าน” อย่างเห็นได้ชัดขึ้น แต่ความสนใจอาจจะสั้นมากและมักอยู่ไม่นิ่ง

 

พฤติกรรมปกติที่พบได้:

    • ชอบแย่งหนังสือไปถือไว้เอง หรือชอบทำหน้าที่พลิกหน้าหนังสือแต่เพียงผู้เดียว หากเด็กจะถือเองหรือจะพลิกหน้า ก็ให้เด็กทำได้ หาจังหวะชวนชี้ชวนดูสิ่งที่อยู่ในหนังสือในหน้าที่เขาเปิด
    • เด็กมักจะเดินหนีไปเล่นอย่างอื่นกลางคัน หรือนั่งฟังแค่ 1-2 นาทีแล้วก็ลุกไป (พฤติกรรมนี้ไม่ได้แปลว่าเด็กสมาธิสั้น แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังเห่อทักษะการเดินและการเคลื่อนไหวร่างกาย)
    • เริ่มชี้ไปที่รูปสัตว์แล้วทำเสียงเลียนแบบ เช่น ชี้ที่หมาแล้วทำเสียง “โฮ่ง ๆ!” และเด็กวัยนี้จะเริ่มพูดคำศัพท์คำเดี่ยว ๆ ได้แล้ว แต่ยังพูดไม่ชัด ลองสังเกตดูว่าเขาชี้ภาพและกำลังเอ่ยคำศัพท์ไปด้วยหรือเปล่า

 

สำหรับพ่อแม่:

ขอพ่อแม่ไม่ต้องพยายามบังคับให้เด็กนั่งนิ่ง ๆ แต่ให้เน้นการอ่านโดยใช้คำที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย (พูดจังหวะยาว-สั้นได้ตามความเหมาะสม เช่น “ดึงงง~” พร้อมทำท่าประกอบ แต่ให้ลดการพูดเป็นประโยคยาว ๆ เช่น “ดึงออกมาแบบนี้ค่ะ” เพราะเด็กวัยนี้ยังจับคำในประโยคได้ไม่ดีนัก จึงควรเน้นเป็นคำสั้น ๆ เพื่อช่วยให้เด็กเชื่อมโยงคำศัพท์กับความหมายได้ดีขึ้น) และแนะนำให้ใช้หนังสือแบบจับขยับได้จริง “Interactive” เช่น หนังสือที่มีพื้นผิวให้จับ (Touch and feel) หรือมีแถบให้ดึง/เลื่อน (Pull-tab books) เพื่อให้เด็กได้ลองจับ ลองสัมผัส และลงมือทำจริงได้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือกับลูกวัยนี้ง่ายขึ้น

 

 

 

 

ช่วงอายุ 2 ขวบ


 

 

วัยนี้คลังคำศัพท์ในสมองของเด็กกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Vocabulary Spurt) และเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งรอบตัวมากขึ้น

 

พฤติกรรมปกติที่พบได้:

    • พฤติกรรมขออ่านเล่มเดิมซ้ำ ๆ เป็นรอบที่สิบ: พ่อแม่มักจะเบื่อ แต่เด็กมักจะชอบเรื่องราวซ้ำ ๆ หรือเรื่องที่ตัวเองคาดเดาได้ มั่นใจเวลาได้อ่าน
    • หากพ่อแม่ลองแกล้งอ่านผิด หรือข้ามประโยคไป เด็กจะประท้วงและแก้ประโยคให้ถูกต้องได้ เพราะว่าเขาจำเนื้อเรื่องได้หมดแล้ว (ไม่ต้องแกล้งบ่อยนะคะ)
    • เริ่มเชื่อมโยงรูปภาพในหนังสือเข้ากับชีวิตจริง เช่น ชี้รูปแมวในหนังสือแล้วหันมาพูดว่า “เหมือนเหมียว ๆ ที่บ้านเลย”

สำหรับพ่อแม่:

ลองชวนเด็กเล่นทายคำศัพท์ที่หายไปในประโยค โดยการหยุดพูดในคำสุดท้ายของประโยคเพื่อให้เด็กเติมคำเอง และเริ่มเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกเล่มนิทานที่อยากอ่านด้วยตัวเอง

 

 

 

 

ช่วงอายุ 3 ขวบ


 

สมองของเด็กวัย 3 ขวบเริ่มมีความคิดเชื่อมโยงหรือใช้เหตุผลแบบง่าย ๆ ได้แล้ว และพวกเขาสามารถพูดคุยโต้ตอบ หรือตั้งคำถามตามเนื้อหาในหนังสือระหว่างการอ่านร่วมกันได้อย่างลื่นไหล

 

พฤติกรรมปกติที่พบได้:

    • ตั้งคำถาม “ทำไม” ตลอดการอ่าน:ทำไมคุณยายต้องใส่แว่น” “ทำไมหมาป่าใจร้าย” การถามมากของเด็ก ไม่ได้เป็นการกวน แต่เกิดจากสมองกำลังฝึกคิด และพยายามทำความเข้าใจตัวละคร
    • สามารถพลิกหน้าหนังสือทีละหน้าได้อย่างประณีตเรียบร้อย
    • ชอบเปิดนิทานอ่านแล้วทำท่าทาง เช่น ทำทีว่าเล่าเรื่องให้ตุ๊กตาฟังหรือให้พ่อแม่ฟัง โดยเล่าจากความทรงจำและจินตนาการของตัวเอง หากลูกทำแบบนี้แล้วเราอยากมีส่วนร่วมให้เข้าไปในฟังแบบเนียน ๆ แต่ขอไม่ให้พูดหยอกล้อหรือขำขันให้เด็กเขิน

 

สำหรับพ่อแม่:

ลองชวนลูกคุยถึงความรู้สึก หรือคิดในบทบาทของตัวละคร เช่น “ถ้าหนูเป็นลูกหมู หนูจะสร้างบ้านด้วยอะไรดีคะ” เพื่อกระตุ้นให้ลูกได้คิดในสถานการณ์ของตัวละคนเพื่อตอบคำถาม และพ่อแม่ก็จะได้ทำความรู้จักความคิดของลูกด้วย

 

 

การอ่านหนังสือร่วมกันกับลูกไม่จำเป็นต้องอ่านด้วยกันจนจบเรื่อง เน้นการพูดคุยโต้ตอบมากกว่าการก้มหน้าก้มตาอ่าน อาจใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ของแต่ละวัน แต่เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่พ่อแม่ทำร่วมกับลูก ได้พูดคุยกัน หัวเราะด้วยกัน ยิ้มให้กัน ถือเป็นการส่งเสริมทั้งพัฒนาการทางภาษา ฝึกสมอง ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ สร้างความผูกพันความทรงจำที่ดีร่วมกันได้แล้ว

 

 

รายการอ้างอิง

 

Ezell, H. K., & Justice, L. M. (2005). Shared storybook reading: Building young children’s language and emergent literacy skills. Paul H. Brookes

 

Klass, P., Miller-Fitzwater, A., High, P. C., & Council On Early, C. (2024). Literacy Promotion: An Essential Component of Primary Care Pediatric Practice: Policy Statement. Pediatrics, 154(6), e2024069090. https://doi.org/10.1542/peds.2024-069090

 

Salley, B., Neal, C., McGovern, J., Fleming, K., & Daniels, D. (2022). An Exploration of Ready, Set, Share A Book! Intervention for Enhancing Parent Book Sharing with Infants and Toddlers. Early Childhood Education Journal, 52(1), 127–138. https://doi.org/10.1007/s10643-022-01412-4

 

Tanju Aslışen, E. H., & Hakkoymaz, S. (2023). Examining the Criteria for Preferring Illustrated Children’s Books by Parents with 0-3 Years-old Children. Theory and Practice in Child Development3(2), 71–97. https://doi.org/10.46303/tpicd.2023.13

 

Vogler-Elias, D. (2013). Shared Storybook Reading. In F. R. Volkmar (Ed.), Encyclopedia of Autism Spectrum Disorders (pp. 2850-2854). Springer New York. https://doi.org/10.1007/978-1-4419-1698-3_507

 

 


 

 

บทความโดย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์จุฑา นิมมาภิรัตน์

อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ และผู้อำนวยการศูนย์ Life Di (บริหาร)

 

 

พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล รองคณบดีคณะจิตวิทยา พร้อมด้วยบุคลากรและนิสิตคณะจิตวิทยา ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2568 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 อาคาร อปร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย