![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |

![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |


การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติ (power analysis) มีความสำคัญอย่างมากกับการออกแบบงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการวิจัยอย่างเหมาะสม การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี (analytic power) และการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงการจำลองข้อมูล ซึ่งการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎีจะวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติโดยสมการที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างขนาดอิทธิพล จำนวนผู้เข้าร่วมการวิจัย และระดับของการตัดสินใจผิดพลาดแบบ Type I และ Type II (ที่นักวิจัยมักจะวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมต่าง ๆ เช่น G*Power) ถึงแม้ว่าการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎีอาจทำได้เร็วและง่าย แต่ก็อาจไม่ได้สะท้อน “งานวิจัยจริง” มากนัก กล่าวคือ การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎีจะวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิิติภายใต้กระบวนการวิจัยที่เป็น “อุดมคติ” เช่น การกระจายของข้อมูลไม่ได้เบี่ยงเบนไปจากการกระจายแบบโค้งปกติไม่มีความคลาดเคลื่อนของการวัด หรือไม่มีข้อมูลสูญหาย ความไม่สอดคล้องกันระหว่างงานวิจัยจริงและกระบวนการวิจัยที่เป็นอุดมคติอาจทำให้นักวิจัยที่วิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติด้วยการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎีกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการวิจัยที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจเป็นปัญหาของงานวิจัยและศาสตร์จิตวิทยา (เช่น วิกฤตการทดสอบซ้ำ [replication crisis]) ในเวลาต่อมา
ด้วยเหตุนี้ โครงการนี้จะนำเสนอการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงการจำลองข้อมูล (simulation-based power) ด้วยเทคนิค Monte Carlo ซึ่งนักวิจัยจะสามารถวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติที่สะท้อนงานวิจัยจริงได้มากขึ้น เช่น สามารถกำหนดให้การกระจายของข้อมูลเบี่ยงเบนไปจากการกระจายแบบโค้งปกติได้ สามารถกำหนดความเที่ยงของการวัด (ที่มักจะน้อยกว่า 1.0) ได้ และสามารถกำหนดให้มีข้อมูลสูญหายได้
เนื้อหาในโครงการนี้มี 4 ส่วน (8 ชั่วโมง ส่วนละประมาณ 2 ชั่วโมง) ได้แก่

พื้นฐานเกี่ยวกับนัยทางสถิติ อำนาจการทดสอบทางสถิติ และพื้นฐานของโปรแกรม R สำหรับการจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo (มีคลิปพื้นฐานของโปรแกรม R 3 ชั่วโมง ให้ดูล่วงหน้า)
ประกอบด้วยการกระจายของข้อมูลที่เบี่ยงเบนไปจากการกระจายแบบโค้งปกติ ความคลาดเคลื่อนของการวัด และข้อมูลสูญหาย
สถิติวิเคราะห์พื้นฐาน ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ Pearson, การเปรียบเทียบระหว่าง 2 เงื่อนไข (t-test), การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA), และการวิเคราะห์สมการถดถอย (Regression) [ผู้เข้าร่วมโครงการควรมีพื้นฐานของสถิติวิเคราะห์เหล่านี้]
มีการสาธิตการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติของสถิติวิเคราะห์อื่น ๆ ที่มักจะอยู่ในการวิจัยทางจิตวิทยาและศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
โครงการนี้เหมาะสำหรับ – นักวิชาการ นิสิต/นักศึกษา ป.โท-เอก ที่สนใจเรื่อง Sample Size Planning
กลุ่ม Learner Track
กลุ่ม Practitioner Track
ประเภท |
ค่าลงทะเบียน |
| Learner Track [Online] | 2,400 บาท |
| Practitioner Track [Online] | 3,000 บาท |
หมายเหตุ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาทินี สนลอย งานบริการวิชาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Tel. 02-218-1307 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. (จันทร์ – ศุกร์)
E-mail: wathinee.s@chula.ac.th
Line OA ของ งานบริการวิชาการกลาง
การจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo

ความแตกต่างระหว่างการจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo และการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี (เช่น G*Power) สำหรับการวิจัยเชิงทดลอง
มิติเกี่ยวกับการวิจัยเชิงทดลอง |
การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี |
การจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo |
โครงสร้างของการทดลอง เช่น กลุ่มทดลอง
|
ลดรูปเหลือขนาดอิทธิพลเพียงค่าเดียว |
สะท้อนโครงสร้างของการทดลองโดยตรง |
การระบุผลการทดลองโดยตรง |
ไม่สามารถระบุได้ |
ระบุค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานได้ |
การทบทวนวรรณกรรมเพื่อค้นหาขนาดอิทธิพล |
จำเป็น |
ไม่จำเป็น (แต่สามารถคำนวณได้) |
การสะท้อนอิทธิพลปฏิสัมพันธ์
|
โดยอ้อม |
โดยตรง |
ความยืดหยุ่นต่อการออกแบบการทดลอง
|
จำกัด |
ยืดหยุ่น |
แนวคิดของการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการวิจัย |
ขับเคลื่อนด้วยขนาดอิทธิพล (เท่านั้น) |
ขับเคลื่อนด้วยรายละเอียดของการทดลอง |
การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติโดยรวม |
โดยประมาณ |
ใกล้เคียงกับความเป็นจริง |
การจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo

ความแตกต่างระหว่างการจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo และการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี (เช่น G*Power) สำหรับการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุ
มิติเกี่ยวกับการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุ |
การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี |
การจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo |
แนวคิดของการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติ |
ใช้ข้อมูลสรุป เช่น R2 |
ใช้ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ซึ่งมีความละเอียดมากกว่า |
นัยสำคัญทางสถิติของสัมประสิทธิ์การทำนาย
|
ไม่ได้ทดสอบ |
ทดสอบ |
สัมประสิทธิ์การทำนายมาตรฐาน (beta)
|
มักจะสมมติให้เท่ากัน |
กำหนดให้แตกต่างกันได้ |
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรทำนาย |
ไม่ถูกนำมาพิจารณา |
ถูกนำมาพิจารณาเพื่อวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติ |
เป้าหมายของการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติ |
R2 หรือ ∆R2 |
สัมประสิทธิ์ที่อยู่ในความสนใจของนักวิจัย เช่น R2 ∆R2
|
การรองรับตัวแปรทำนายที่เป็นตัวแปรแบ่งประเภท
|
ไม่รองรับ |
รองรับ |
การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติโดยรวม |
โดยประมาณ |
ใกล้เคียงกับความเป็นจริง |
การจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo

ความแตกต่างระหว่างการจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo และการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี (เช่น G*Power) สำหรับการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน
มิติเกี่ยวกับการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน |
การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติเชิงทฤษฎี |
การจำลองข้อมูลด้วยเทคนิค Monte Carlo |
การทดสอบนัยสำคัญทางสถิติของอิทธิพลส่งผ่าน |
ทดสอบโดยอ้อม (R2 Sobel หรือ RMSEA) |
ทดสอบ a x b โดยตรง |
ลักษณะของอิทธิพลส่งผ่าน |
สมมติให้เป็นการกระจายแบบโค้งปกติ
|
ยอมให้เบี่ยงเบนไปจากการกระจายแบบโค้งปกติได้ |
การระบุสัมประสิทธิ์การทำนาย (ของแต่ละเส้น) |
ทำไม่ได้หรือทำได้ทางอ้อม |
ระบุสัมประสิทธิ์การทำนายของแต่ละเส้น
|
ความสอดคล้องกับวิธีมาตรฐาน (เช่น bootstrapping)
|
ไม่สอดคล้อง |
สอดคล้อง |
การรองรับโมเดลที่ซับซ้อนมากขึ้น |
ทำได้ยากและไม่ละเอียด |
ทำได้ง่ายและละเอียด |
การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบทางสถิติโดยรวม |
โดยประมาณ |
ใกล้เคียงกับความเป็นจริง |




ด้วย คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสรรทุนอุดหนุนการศึกษาสำหรับนิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยสูงให้เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิตของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผลิตผลงานวิชาการและผลงานวิจัยคุณภาพสูงร่วมกับคณาจารย์
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารคณะจิตวิทยา ครั้งที่ 21/2567 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 จึงกําหนดรายละเอียดการขอรับทุนอุดหนุนการศึกษา ไว้ดังนี้
1. ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์ และ วิธีการรับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีศักยภาพสูง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”
2. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศเป็นต้นไป
3.1 วุฒิการศึกษา ตรงตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
3.1.1 จบการศึกษาสาขาวิชาจิตวิทยาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือ
3.1.2 กําลังศึกษาปีสุดท้ายในสาขาวิชาจิตวิทยาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือ
3.1.3 นิสิตปริญญาโทคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สอบวัดคุณสมบัติระดับปริญญาเอกผ่าน และเปลี่ยนระดับเป็นปริญญาเอกภายในปีการศึกษา 2568
3.2 มีผลการเรียนสะสมไม่ต่ํากว่า 3.50 ณ วันที่สมัคร และเมื่อสําเร็จการศึกษา
3.3 ต้องมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ CU-TEP ตั้งแต่ 75 ขึ้นไป หรือ TOEFL ตั้งแต่ 550 ขึ้น ไป หรือ IELTS ตั้งแต่ 6.5 ขึ้นไป หรือสําเร็จการศึกษาหรือกําลังศึกษาในหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
3.4 นิสิตต้องมีโครงร่างวิทยานิพนธ์ โดยมีจํานวนคํา ไม่น้อยกว่า 1,000-1,500 คํา
3.5 นิสิตต้องมีอาจารย์ประจําคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตกลงรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ตามแบบฟอร์ม
4.1 มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 3 และ
4.2 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรที่นิสิตสมัครเข้าศึกษาพิจารณาเห็นชอบให้ได้รับทุนนี้ และ
4.3 ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในหลักสูตรดุษฎีบัณฑิตของคณะจิตวิทยาในปีการศึกษา 2569
5.1 นิสิตผู้ได้รับทุนอุดหนุนการศึกษาก่อนสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วยงานทางด้านวิชาการหรือวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาของการรับทุน (โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องใส่ชื่อนิสิตร่วมในการตีพิมพ์บทความทางวิชาการด้วย)
5.2 นิสิตผู้ได้รับทุนอุดหนุนการศึกษาหลังสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วยงานทางด้านวิชาการหรือวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา สัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง และต้องมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ หรือได้รับตอบรับให้ตีพิมพ์อย่างน้อย 1 ฉบับ อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 1 ปีหลังวันที่จบการศึกษา โดยผลงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้
(1) ผลงานวิจัยตีพิมพ์ต้องได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอยู่ในฐานข้อมูล ISI/SCOPUS จัดอยู่ในลําดับควอไทล์ที่ 2 หรือเหนือกว่า ตามประกาศฉบับล่าสุดในการจัดลําดับวารสารของ Journal Citation Report – Clarivate Analytics (JCR) หรือ Scimago Journal & country (SJR)
(2) ในบทความที่ตีพิมพ์ นิสิตต้องระบุชื่อนิสิตผู้รับทุนเป็นชื่อแรก อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักเป็น corresponding author และระบุสังกัดว่า สังกัดคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5.3 นิสิตต้องรายงานความก้าวหน้าทางการศึกษา การทําวิทยานิพนธ์ และการทําวิจัย โดยผ่านการพิจารณาจากอาจารย์ที่ปรึกษา ต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ เพื่อพิจารณาการให้ทุนสนับสนุนในภาคการศึกษาถัดไป
5.4 นิสิตต้องระบุการได้รับทุนสนับสนุนการศึกษา ในกิตติกรรมประกาศ ดังนี้
กิตติกรรมประกาศ ในวิทยานิพนธ์ ระบุดังนี้ “ขอขอบพระคุณคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สําหรับการสนับสนุนทุนการศึกษา อันเป็นประโยชน์และ เป็นส่วนสําคัญที่ช่วยให้การศึกษาวิจัยในครั้งนี้สําเร็จลุล่วงได้ด้วยดี”
กิตติกรรมประกาศ ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการทุกประเภท ระบุดังนี้ “บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง………………………………………….. โดยได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
6.1 จัดสรรเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาก่อนสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ จํานวน 3 ทุน เมื่อนิสิตเข้าศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรละ 1 ทุน โดยจัดสรรให้ไม่เกิน 4 ภาคการศึกษา ดังนี้
ผู้ได้รับทุนสามารถลงทะเบียนเรียนในรายวิชาระดับบัณฑิตศึกษาในระหว่างที่กําลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีได้ โดยได้รับการยกเว้นการชําระค่าธรรมเนียมการศึกษาผู้เข้าร่วมฟัง
6.2 จัดสรรเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาหลังสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ จํานวน 3 ทุน เมื่อนิสิตสอบผ่านโครงร่างวิทยานิพนธ์เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถยื่นขอรับทุนได้ในภาคการศึกษาถัดไป จากที่ได้รับอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยจัดสรรให้ไม่เกิน 2 ภาคการศึกษา ดังนี้
คณะจิตวิทยาจะระงับการให้ทุน ดังนี้
7.1 พ้นสถานภาพการเป็นนิสิต
7.2 ทุจริตในการสอบหรือคัดลอกผลงานวิชาการ
7.3 อยู่ในระหว่างการลาพักการศึกษา
7.4 นิสิตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับทุนตามข้อ 5
7.5 คณะจิตวิทยา เห็นสมควรให้ระงับทุน
ให้นิสิตติดต่อฝ่ายวิชาการ คณะจิตวิทยา นับตั้งแต่วันที่ประกาศ ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2568
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 9 มกราคม 2569
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์
คณบดีคณะจิตวิทยา


* รายละเอียดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม *
งานบริการวิชาการ คณะจิตวิทยา
โทร. 02-218-1307
Line OA: https://lin.ee/ZepebrQ
E-mail: Wathinee.S@chula.ac.th

วันที่ 5 มกราคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา พร้อมด้วยคณาจารย์ และบุลากรคณะจิตวิทยา เข้าร่วมพิธีตักบาตรเนื่องในโอกาสขึ้นพุทธศักราชใหม่ 2569 ที่จัดขึ้นโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ลานพระศรีมหาโพธิ์ หน้าอาคารจามจุรี 4 เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวจุฬาฯ ในการเริ่มต้นปีใหม่
ภายหลังพิธีตักบาตร ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานพิธี และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ได้ให้โอวาทและอวยพรปีใหม่แก่ชาวจุฬาฯ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 คณะจิตวิทยา นำโดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี เข้าร่วมการเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตร เนื่องในโอกาส 109 ปี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
ในโอกาสนี้ คณะจิตวิทยาได้ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือ “นิทานชูใจ” จำนวน 10 เล่ม แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นหนังสือนิทานเชิงจิตวิทยาที่พัฒนาขึ้นจากผลงานวิชาการและนวัตกรรมของคณะจิตวิทยา ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเด็กและผู้ปกครอง ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปเผยแพร่และแจกจ่ายแก่ผู้ที่สนใจต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับ คุณพัชรินทร์ อรุณเรือง นิสิตปริญญาเอก สาขาวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับ “การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม ทุนพัฒนานักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับ รศ. ดร.ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขนงวิชาจิตวิทยาคลินิก และจิตวิทยาการปรึกษา ในโอกาสที่ได้รับ “รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติด้านการเรียนการสอน” กองทุนกาญจนาภิเษกเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2567 รางวัลระดับดีมาก ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณารางวัลเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอนสำหรับอาจารย์รุ่นใหม่และรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติอาจารย์ด้านการเรียนการสอน ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 และโดยการเวียนเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568
รางวัลนี้เป็นรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติอาจารย์ที่ปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนควบคู่กับภาระงานด้านการวิจับ กิจการนิสิต การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
