ข่าวและกิจกรรม

ขอต้อนรับ Ms. Premila Kanapathy, Regional Director จาก University of Leeds ในการมาเยือนคณะจิตวิทยา

 

ผศ. ดร.พจ ธรรมพีร ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาตรี นานาชาติ (JIPP) และ รศ. ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี ผู้ช่วยคณบดี (วิรัชกิจ) ร่วมต้อนรับ Ms. Premila Kanapathy, Regional Director จาก University of Leeds ในการมาเยือนคณะจิตวิทยาในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในรูปแบบ Double Degree Program

 

 

โครงการอบรมความทางรู้ทางจิตวิทยาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) หัวข้อ จิตวิทยาองค์การ (Organizational Psychology) ประจำปี พ.ศ. 2569

 

โครงการอบรมความทางรู้ทางจิตวิทยาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) หัวข้อ

จิตวิทยาองค์การ (Organizational Psychology)

ประจำปี พ.ศ. 2569

 

 

 

‘โครงการอบรมความทางรู้ทางจิตวิทยาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) หัวข้อ จิตวิทยาองค์การ (Organizational Psychology) เป็นโครงการสําหรับเพิ่มความรู้และทักษะให้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาศาสตร์ทางด้านจิตวิทยาองค์การ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มในที่ทำงาน วิเคราะห์ปัจจัยด้านแรงจูงใจ การเป็นผู้นำ วัฒนธรรมองค์กร และกระบวนการทำงาน จากการประยุกต์หลักจิตวิทยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน รวมถึงการคาดหวังว่าผู้ที่ผ่านการเรียนไปนั้น จะสามารถนําศาสตร์ทางจิตวิทยาองค์การไปประยุกต์ความรู้ใช้ในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพต่อบุคลากรและองค์กรมากยิ่งขึ้น

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนโยบายผลักดันการเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้น/ชุดรายวิชา ที่มีการรับรองความสามารถ และรองรับการสะสมหน่วยกิตในระบบคลัง หน่วยกิต (Credit Bank) ให้กับผู้สนใจเข้าศึกษา และสามารถขอเทียบโอนหน่วยกิตเมื่อเข้ามาศึกษาต่อในหลักสูตรของคณะ ในการนี้คณะจิตวิทยาจึงได้จัดให้มีโครงการอบรมความทางรู้ทางจิตวิทยาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ขึ้นมาเพื่อนำร่องสำหรับผู้ที่สนใจเข้าศึกษาต่อในแขนงจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ หลักสูตรของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

การอบรมประกอบด้วย

  • บรรยาย
    การบรรยาย อภิปราย และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบ่งเป็น 16 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง (รวมชั่วโมงการบรรยายทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง)
  • สอบวัดผล
    จัดสอบ 1 ครั้ง ระยะเวลา 3 ชั่วโมง

 

 

กลุ่มเป้าหมาย

 

  • บุคคลทั่วไป ที่ทำงานในสายจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ
  • บุคคลที่สนใจเรียนต่อในหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต/ดุษฎีบัณฑิต แขนงวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คุณสมบัติผู้เรียน – เคยผ่านรายวิชา/โครงการอบรม จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ หรือเทียบเท่า

 

 

การประเมินผล

  • การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน คิดเป็นร้อยละ 30
  • สอบวัดผลข้อเขียน (35%) และรายงาน (35%) คิดเป็นร้อยละ 70

 

โดยประเมินผลแบบ Letter Grade มีเกณฑ์การวัดผล ดังนี้

 

Letter Grade
ช่วงคะแนน
A
85 คะแนนขึ้นไป
B+
80 – 84 คะแนน
B
75 – 79 คะแนน
C+
70 – 74 คะแนน
C
65 – 65 คะแนน
D
60 – 64 คะแนน
F
ต่ำกว่า 60 คะแนน

 

 

หลักเกณฑ์การบันทึกระบบคลังหน่วยกิต / เทียบโอนรายวิชาเมื่อเข้าศึกษา

 

Certificate of Achievement
  1. ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จากทั้งหมด 16 หัวข้อ
  2. ผู้เข้าร่วมโครงการต้องสอบผ่านโดยได้รับการประเมินผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 (B ขึ้นไป)
  3. มีระยะเวลาการขอเทียบโอนได้ โดยต้องสอบผ่านโดยต้องได้รับวุฒิบัตรรับรองผลการเรียนและการสะสมหน่วยกิตในระบบคลังหน่วยกิต ของคณะจิตวิทยา มาแล้วไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่ภาคการศึกษาถัดไปจากปีที่เข้าร่วมโครงการ (ผู้เข้าร่วมโครงการประจำปี พ.ศ. 2569 สามารถเทียบโอนรายวิชาได้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 – ปีการศึกษา 2573)

 

Certificate of Attendance
  1. ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าเรียนในหัวข้อที่อบรม

 

 

การเทียบโอนรายวิชา

 

 

* การเทียบโอนรายวิชาจะสมบูรณ์เมื่อได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และคณะกรรมการบริหารคณะจิตวิทยา ภายในภาคการศึกษาแรกของการเข้าศึกษาในหลักสูตร

 

 

หัวข้อการฝึกอบรม / วิทยากร

 

 

หมายเหตุ หัวข้ออาจจะมีเปลี่ยนแปลงตามเหมาะสม

 

 

อัตราค่าลงทะเบียน

 

 
ประเภทผู้เข้าร่วมอบรม
อัตราค่าลงทะเบียน
1
บุคคลทั่วไป (16 หัวข้อ)
18,000 บาท

 

หมายเหตุ   บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว มีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ

 

 

 

เงื่อนไขการลงทะเบียน

  1. กรุณาลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิ และจะมีเจ้าหน้าที่โครงการฯ ติดต่อไปเพื่อให้ท่านชำระค่าลงทะเบียน
  2. กรุณาชำระค่าลงทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด
  3. เมื่อส่งหลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียนเรียบร้อยจึงจะถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์
  4. เมื่อผู้จัดงานได้ตรวจสอบการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งยืนยันการลงทะเบียนให้ทราบภายใน 3 วันทำการ
  5. บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว สามารถเข้าร่วมการอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และมีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ
  6. เมื่อชำระเงินค่าลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ทุกกรณี

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาทินี สนลอย งานบริการวิชาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Tel. 02-218-1307 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. (จันทร์ – ศุกร์)
E-mail: wathinee.s@chula.ac.th
Line OA ของ งานบริการวิชาการกลาง

 

 

 


 

การเดินทางมายังคณะจิตวิทยา
อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ

 

ขนส่งสาธารณะ

  • BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 2 แล้วเดินตรงเข้ามาทางประตูสนามนิมิบุตร ประมาณ 300 เมตร
  • รถเมล์ ป้ายสนามกีฬาแห่งชาติ / มาบุญครอง / โอสถศาลา

 

ที่จอดรถ

อาคารจอดรถ 4 ติดกับอาคารจุฬาพัฒน์ 14

 

 

 

 

 

การอบรม PFA: Psychological First Aid และ TIC: Trauma-Informed Care (น้ำท่วมภาคใต้)

 

การอบรม PFA: Psychological First Aid

ระดับพื้นฐาน สำหรับนิสิตจุฬาฯ
  • หลักการดูแลเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางใจสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต
  • เทคนิคการฟังอย่างเห็นอกเห็นใจ
  • แนวทางการส่งต่อกรณีที่มีความเสี่ยงสูง

วิทยากร : อาจารย์ ดร.พูลทรัพย์ อารีกิจ
รองคณบดี และอาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568  l  เวลา 10.30 – 12.00 น.

รูปแบบการอบรม ออนไลน์ (Zoom)

 

การอบรม TIC: Trauma-Informed Care

ระดับพื้นฐาน สำหรับนิสิตจุฬาฯ
  • ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความเจ็บปวดทางใจ
  • วิธีการสื่อสารโดยหลีกเลี่ยงการกระตุ้นซ้ำ
  • การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีผู้ได้รับผลกระทบ

วิทยากร : ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์
คณบดี และอาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568  l  เวลา 13.00 – 14.00 น.

รูปแบบการอบรม ออนไลน์ (Zoom)

 

การอบรม TIC: Trauma-Informed Care

ระดับเฉพาะทาง สำหรับนักวิชาชีพ
  • เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ประสบภัย ในบริบทของสภาพจิตใจหลังภัยพิบัติ และแนวทางติดตามผลระยะยาว

วิทยากร :

  1. คุณหทัยทิพย์ ไชยวาที นักจิตวิทยา จาก สมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย
  2. อ. ดร.พูลทรัพย์ อารีกิจ รองคณบดี และอาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จุฬาฯ
  3. คุณวรกัญ รัตนพันธ์ นักจิตวิทยา ผู้ร่วมก่อตั้ง MasterPeace ศูนย์ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและสุขภาพจิต
  4. คุณณัฐชา สุทธาวาสสุนทร นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จุฬาฯ

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568  l  เวลา 14.00 – 16.00 น.

รูปแบบการอบรม ออนไลน์ (Zoom)

 

 

แถลงการณ์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนวทางด้านจิตวิทยาเพื่อการสื่อสาร การดูแล และการฟื้นฟูจิตใจจากสถานการณ์อุทกภัย

แถลงการณ์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนวทางด้านจิตวิทยาเพื่อการสื่อสาร การดูแล และการฟื้นฟูจิตใจจากสถานการณ์อุทกภัย

 

 

ในช่วงที่มีการเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและระบบกายภาพที่ได้รับความเสียหาย สิ่งที่ควรดำเนินควบคู่กันไปคือการดูแล ฟื้นฟู และประคับประคองสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยอย่างรอบด้าน เพื่อให้ทั้งกายภาพและจิตใจกลับคืนสู่สภาวะมั่นคงอีกครั้ง

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ โดยขอเสนอแนวทางด้านจิตวิทยาเพื่อการสื่อสาร การฟื้นฟู และการเตรียมความพร้อมของบุคลากร แบ่งเป็น 3 แนวทาง ดังนี้

 

 

แนวทางที่ 1 : การสื่อสารของสื่อมวลชนในภาวะภัยพิบัติ ตามหลัก 7 ส

 

  1. สั้น – สื่อสารกระชับ เข้าใจได้ทันที
  2. สด – รายงานทันสถานการณ์ เท่าที่ตรวจสอบได้จริง
  3. สอดคล้อง – ใช้ข้อมูลจากแหล่งกลางเดียวกัน ลดความสับสน
  4. สงบ – ใช้โทนเสียงมั่นคง ไม่กระตุ้นอารมณ์
  5. สมเหตุสมผล – ให้ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว พร้อมแหล่งอ้างอิง
  6. สัมผัสใจ – สื่อสารด้วยความเมตตา ไม่ซ้ำเติมผู้ประสบภัย
  7. สร้างทางออก – ชี้แนวทางปฏิบัติและการเข้าถึงความช่วยเหลือ

 

 

แนวทางที่ 2 : การฟื้นพลังใจ ในชุมชนพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ชุมชนฟื้นฟูได้ในระยะยาว

 

  1. หน่วยงานควรเปิดโอกาสให้ผู้ประสบภัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะผู้ประสบภัยไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงเสมอไป และสามารถมีส่วนทำให้สถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นได้ (self-efficacy) ในทางกลับกัน การทำได้เพียงรอความช่วยเหลือเท่านั้นจะทำให้ผู้ประสบภัยเครียด และรู้สึกไม่มั่นคง (loss sense of control)
  2. ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เข้าถึงบุคคลกลุ่มเปราะบางและผู้มีความเสี่ยงในเชิงรุก ผ่านเครือข่ายคนในพื้นที่ที่มีอยู่เดิม (social capital) เช่น กรรมการหมู่บ้าน อสม
  3. หล่อเลี้ยงความสุขของคนในพื้นที่ (optimism) เช่นจัดกิจกรรมผ่อนคลายจิตใจ กิจกรรมนันทนาการตามความเหมาะสม ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากงานในแต่ละวัน โดยคำนึงถึงจิตใจของผู้ที่สูญเสียด้วยเช่นกัน
  4. เร่งฟื้นฟูศูนย์กลางชุมชนให้กลับมา เช่น วัด/มัสยิด ตลาด ให้กลับมาเป็นปกติโดยไว สร้างความหวัง (hope) ของการฟื้นฟู ในขณะเดียวกัน ชุมชนต้องช่วยควบคุมราคาสินค้า หรือรัฐช่วยสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่จับจ่ายใช้สอย หรือเดินทางไปมาได้โดยไม่ลำบาก
  5. หน่วยงานภายนอกทำหน้าที่เสริมทักษะ ความรู้ และให้ทรัพยากรที่จำเป็น แก่พื้นที่และชุมชน สร้างการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นด้วยพลังของชุมชนเป็นหลัก เพื่อฟื้นพลังใจของคนในพื้นที่ให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตต่อไป (resilience)

 

 

แนวทางที่ 3 : การเตรียมความพร้อมด้าน PFA และ TIC เพื่อการช่วยเหลือทางจิตใจ

 

  • การอบรม PFA (Psychological First Aid) ระดับพื้นฐาน สำหรับนิสิตจุฬาฯ อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างองค์ความรู้ถึงหลักการดูแลความปลอดภัย ความสงบ และความเชื่อมโยง เทคนิคการฟังอย่างเห็นอกเห็นใจ และแนวทางการส่งต่อกรณีที่มีความเสี่ยงสูง
  • การอบรม TIC (Trauma-Informed Care) ระดับพื้นฐาน สำหรับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และบุคคลที่ทำงานกับผู้ประสบภัย เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ trauma รวมทั้งเข้าใจวิธีการสื่อสารโดยหลีกเลี่ยงการกระตุ้นซ้ำ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรี ผู้ได้รับผลกระทบ
  • การอบรมเฉพาะทางสำหรับนักวิชาชีพ เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ประสบภัย ในบริบทของสภาพจิตใจหลังภัยพิบัติ และแนวทางติดตามผลระยะยาว
  • การจัดตั้งทีม “Psychosocial Support Team” ประกอบด้วยอาจารย์ นิสิตอาสา และนักวิชาชีพ ทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ตามมาตรฐานสากล เพื่อประเมินความต้องการทางจิตใจของประชาชน ฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ และติดตามผลในระยะยาว

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่และทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย ทั้งในมิติของข้อมูล การฟื้นฟูจิตใจ และการอบรมบุคลากร โดยยึดหลักมนุษยธรรม ความถูกต้อง และองค์ความรู้ทางจิตวิทยา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมามีความมั่นคงทางกายและใจได้โดยเร็วที่สุด

 

 


 

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

1 ธันวาคม 2568

 

 

 

 

 

 

 

The Illusion of Meaning: How Our Brains Find Stories Instead of Truth

 

Suppose a friend reacts angrily to something you say during lunch. Immediately, your mind starts imagining potential causes. Was he having a bad day? Did I accidentally say something insensitive? Is he stressed about money?

 

We constantly strive to understand our world yet often struggle with ambiguity. Theoretically, any event has infinite explanations, but we cannot live with infinite possibilities. We crave closure (Kruglanski & Webster, 1996). When we talk or think about “meaning,” we are usually thinking about Meaning with a capital “M.” We imagine we are searching for objective Truth or some grand, cosmic significance. But psychological research suggests that our minds actually search for meaning with a lowercase “m.”

 

By “meaning with a lowercase m,” we refer to a subjective explanation that gives us a sense of closure, understanding, or coherence without necessarily being real or factually correct. It is simply the feeling that a cause explains an event and that the world is predictable. Social cognition research suggests we are “cognitive misers” who prioritize mental efficiency over accuracy (Fiske & Taylor, 1984). We tend to stop searching for answers as soon as we find an explanation that feels satisfying. This does not mean we have an aversion to the truth; we just do not require it to feel better.

 

The fascinating, and perhaps humbling, reality is that our brains are often satisfied with a story that feels like an explanation, even if it does not actually explain anything at all. We will explore this in three areas: the explanations we accept from others, the stories we construct to explain our own behavior, and finally, where we find meaning in life itself.

 

 

The Power of “Because”

 

A classic 1978 study involving a Xerox (copy) machine demonstrates how readily this need for meaning is satisfied. Psychologist Ellen Langer and colleagues had a researcher ask to cut in front of people waiting to use a copier (Langer et al., 1978). When the researcher asked, “May I use the Xerox machine?” about 60% of people agreed. But when the researcher provided a reason, “May I use the Xerox machine because I’m in a rush?” compliance increased significantly to 94%. This makes sense. Being in a rush is a valid reason. The surprising finding comes from a third condition where the researcher said, “May I use the Xerox machine because I have to make copies?” This is a redundant explanation: everyone in line for a copy machine needs to make copies. Yet, 93% of people still let them cut in line. The word “because” triggered an illusory sense of meaning. Structuring the request like an explanation was enough to satisfy the brain’s need for coherence, even despite a complete lack of substance.

 

 

The Storytellers in Our Heads

 

In addition to accepting weak explanations, we manufacture them. While we assume our “meaning-making” comes from introspection, studies suggest we often simply tell stories to make sense of behavior after the fact.

 

In a famous study, psychologists Richard Nisbett and Timothy Wilson (1977) asked shoppers to choose the best pair among four pairs of identical nylon stockings. The vast majority chose the pair on the far right, simply due to their position. However, when asked why they chose that pair, nobody mentioned the position. Instead, they confidently invented detailed reasons about the superior “knit,” “weave,” or “sheerness,” even though all four pairs were identical.

 

Decades later, researchers Petter Johansson and Lars Hall took this concept even further with “choice blindness.” People viewed two photos of faces and were asked to pick the more attractive one. Using a sleight-of-hand technique, the researchers then handed the participant the photo they did not choose and asked, “Why did you pick this one?” (Johansson et al., 2005). Most people did not notice the switch. Instead, they immediately provided a detailed explanation of why they preferred the face they had not actually chosen. While they felt as though they were accessing their inner truth, they were simply creating a narrative to make sense of their situation.

 

This drive to explain works in two directions. In positive moments, explanation diminishes our pleasure; students given a dollar with a mysterious note stayed happy longer than those told why they received it (Wilson et al., 2005). But for negative events, this same “emotional dampening” serves a vital protective function. James Pennebaker’s research on expressive writing reveals that recounting trauma promotes healing—but only when the writer constructs a narrative that finds meaning in the suffering (Pennebaker, 1997). By “explaining away” the chaos, we diminish the trauma’s emotional grip (Wilson & Gilbert, 2008). This is why finding meaning is so central to therapy. Reappraisal, the act of re-interpreting a traumatic event, helps us settle the chaos of emotion into a coherent, even if imperfect, narrative allowing us to move forward (Park, 2010).

 

 

Meaning is Mundane

 

Even our sense of living meaningful lives does not entirely stem from greater truths. We naturally tend to think that “Meaning in Life” (the big existential kind) comes from rare, transcendent experiences or major achievements. However, studies by Samantha Heintzelman and Laura King (2019) suggest something much simpler: Routine.

 

Individuals who follow set routines, such as waking up at the same time every morning, drinking coffee from the same mug, or taking the same route to work, report higher levels of Meaning in Life. This does not mean that deep relationships or major life goals are unimportant; meaning certainly comes from these sources, too. But the fact that it also stems from simple habits suggests that meaning is not singularly about grand significance or deep explanation. At its core, meaning is often about pattern detection. When our environment is predictable and orderly, our minds relax. Our world “makes sense.”

 

 

The Comfort of Stories

 

While the notion that our sense of meaning is just a mental reflex triggered by the word “because,” a made-up story, or a daily habit can be deflating, there is also an upside: we have more agency over our sense of meaning than we think. We do not always need to find the objective, capital-M Meaning to find closure and inner peace. Instead, it is often enough to find a way to tell the story of our lives in a manner that provides coherence, structure, and a sense that, even in life’s chaos, we understand what is happening and why we are here.

 

 

References

 

Fiske, S. T., & Taylor, S. E. (1984). Social cognition. Addison-Wesley.

 

Heintzelman, S. J., & King, L. A. (2019). Routines and meaning in life. Personality and Social Psychology Bulletin, 45(5), 688–699.

 

Johansson, P., Hall, L., Sikström, S., & Olsson, A. (2005). Failure to detect mismatches between intention and outcome in a simple decision task. Science, 310(5745), 116–119.

 

Kruglanski, A. W., & Webster, D. M. (1996). Motivated closing of the mind: “Seizing” and “freezing.” Psychological Review, 103(2), 263–283.

 

Langer, E. J., Blank, A., & Chanowitz, B. (1978). The mindlessness of ostensibly thoughtful action: The role of “placebic” information in interpersonal interaction. Journal of Personality and Social Psychology, 36(6), 635–642.

 

Nisbett, R. E., & Wilson, T. D. (1977). Telling more than we can know: Verbal reports on mental processes. Psychological Review, 84(3), 231–259.

 

Park, C. L. (2010). Making sense of the meaning literature: An integrative review of meaning making and its effects on adjustment to stressful life events. Psychological Bulletin, 136(2), 257–301.

 

Pennebaker, J. W. (1997). Opening up: The healing power of expressing emotions. Guilford Press.

 

Wilson, T. D., Centerbar, D. B., Kermer, D. A., & Gilbert, D. T. (2005). The pleasures of uncertainty: Prolonging positive moods in ways people do not anticipate. Journal of Personality and Social Psychology, 88(1), 5–21.

 

Wilson, T. D., & Gilbert, D. T. (2008). Explaining away: A model of affective adaptation. Perspectives on Psychological Science, 3(5), 370–386.

 

 

 


 

 

 

Author
Dr. Adi Shaked

Lecturer in Social Psychology Area

 

 

ศูนย์สุขภาวะทางจิตจัดกิจกรรม Garden of Growth ณ อุทยาน 100 ปี

 

ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา ร่วมกับ MOODY Brandthink จัดกิจกรรมเวิร์กชอป Garden of Growth: the beautiful process of becoming เพื่อถ่ายทอดความเป็นตัวตนและการเดินทางที่ผ่านมาผ่านดอกไม้  รวมถึงส่งต่อกำลังใจดี ๆ ให้แก่กัน ในงาน MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shiseido ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2568 ตั้งแต่เวลา 13:00-21:00 น. กิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

 

 

 

 

 

 

กิจกรรม “บุญสุนทาน” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ครั้งที่ 5)

 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะจิตวิทยา นำโดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี เข้าร่วมกิจกรรม “บุญสุนทาน” วาระสำคัญ ตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ครั้งที่ 5) ณ เรือนไทยจุฬาฯ

 

กิจกรรมบุญสุนทาน ตักบาตรพระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ จัดทุกวันศุกร์จำนวน 9 ครั้ง ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม 2568 – 9 มกราคม 2569 (ยกเว้นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 และวันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569) ดำเนินการโดยธรรมสถาน สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ

 

 

 

คณะจิตวิทยารับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 

คณะจิตวิทยาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยการเปิดรับบริจาคสิ่งของบรรจุในถุงยังชีพ ระหว่างวันที่ 26 – 28 พ.ย. 2568 ก่อนนำส่งครั้งที่ 1 ในวันที่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. ให้ทางมหาวิทยาลัยเพื่อนำส่งให้ผู้ประสบภัยต่อไป ผ่านโครงการ “จุฬาฯ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่อง 7 รวมใจ ฝ่าภัยน้ำท่วมใต้” ซึ่งดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ ช่อง Ch7HD

 

 

 

 

 

การต้อนรับคณะอนุกรรมการวิชาชีพ สาขาจิตวิทยาคลินิกฯ เพื่อตรวจประเมินสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนสาขาจิตวิทยาคลินิก

 

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 นี้ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีคณบดีคณะจิตวิทยา (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์) รองศาสตราจารย์ ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี รองศาสตราจารย์ ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิชญา ไชยวุฒิกรวานิช และคุณวัลลภ สีหเดชวีระ ให้การต้อนรับคณะอนุกรรมการวิชาชีพ สาขาจิตวิทยาคลินิก กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เพื่อตรวจประเมินสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนสาขาจิตวิทยาคลินิก โดยทั้ง 2 หลักสูตรอยู่ในระหว่างการประเมินผลการรับรอง

 

โดยทั้งนี้ หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาคลินิก (ปริญญาเอก) และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาคลินิก (ปริญญาโท) ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่ 904 วันที่ 25 กันยายน 2568

 

 

คณะจิตวิทยาร่วมถวายพวงมาลาและถวายราชสดุดีเนื่องใน “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า”

 

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณะจิตวิทยา นำโดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี ร่วมถวายพวงมาลาและถวายราชสดุดีเนื่องใน “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ณ พระบรมรูปสองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

 

โดยที่ คุณวีระยุทธ กุลสุวิพลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และคุณเวณิกา บวรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ คณะจิตวิทยา เป็นตัวแทนคณะจิตวิทยา เข้าร่วมพิธีถวายพวงมาลาและถวายราชสดุดีฯ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี