News & Events

Workshop : เทคนิคพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อรอง รุ่นที่ 4

โครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา หัวข้อ “เทคนิคพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อรอง รุ่นที่ 4”

 

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา หัวข้อ “เทคนิคพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อรอง รุ่นที่ 4” ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ห้อง 614 ชั้น 6 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชราภรณ์ บุญญศิริวัฒน์ อาจารย์พิเศษแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากร

 

 

 

 

การเจรจาต่อรอง เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาระหว่างครอบครัว การเจรจาทางธุรกิจ เป็นต้น ผลประโยชน์ที่เราจะได้รับจาก “การเจรจาต่อรอง” ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากและมักจะเกิดขึ้นเป็นอันดับแรก ๆ เมื่อเราจะต้องประสานงานการทำงานกับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการเจรจาต่อรองกับผู้ที่เราจะต้องดำเนินธุรกิจด้วยหรือแม้แต่การเจรจาต่อรองที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในมิติอื่น ๆ ได้ เพียงแต่ว่าเรื่องนั้นควรต่อรองหรือไม่ คุ้มหรือไม่กับการต้องต่อรอง หากต้องนิยามคำว่าเจรจาต่อรอง ก็สามารถให้ความหมายแบบกว้าง ๆ คือ กระบวนการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) มีบุคคลร่วมเจรจา 2 ฝ่ายขึ้นไป ถือเป็นกิจกรรมที่มีความทางการ มีการกำหนดจุดยืน มีผลประโยชน์ที่ต้องการแลกเปลี่ยนกัน และมุ่งหวังให้ผลประโยชน์หรือข้อกำหนดนั้นบรรลุความต้องการของทุกฝ่าย

 

โครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา หัวข้อ “เทคนิคพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อรอง” จึงเป็นโครงการสำหรับผู้ที่ต้องเข้าใจในพื้นฐานของการเจรจาต่อรอง โดยมุ่งเน้นการศึกษาไปยังเทคนิคพื้นฐานในกระบวนการของการต่อรอง ว่าการออกไปพบปะผู้คนควรวางแผนและเตรียมตัวล่วงหน้าในการเจรจาอย่างไร จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสิ่งต่าง ๆ รวมถึงการคาดหวังว่าผู้ที่ผ่านการอบรมจะสามารถนำเทคนิคดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถรับมือและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นและพร้อมที่จะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

 

 

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วมโครงการจากคณะจิตวิทยา

 

 

วิธีการฝึกอบรม
  • ภาคทฤษฎี – โดยการบรรยาย ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
  • ภาคปฏิบัติ – โดยการฝึกปฏิบัติ ระยะเวลา 3 ชั่วโมง

 

 

การอบรมมีอัตราค่าลงทะเบียน ท่านละ 4,500 บาท

(ราคานี้รวมอาหารกลางวัน อาหารว่าง เอกสารประกอบการอบรมและวุฒิบัตร)

 

 

 

เงื่อนไขการลงทะเบียน
  1. กรุณาชำระค่าลงทะเบียนเข้าร่วมงานก่อนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน
  2. การส่งแบบฟอร์มลงทะเบียน จะต้องแนบหลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียนมาด้วย จึงจะถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์
  3. เมื่อผู้จัดงานได้ตรวจสอบการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งยืนยันการลงทะเบียนให้ทราบภายใน 3 วันทำการ
  4. บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว สามารถเข้าร่วมการอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และมีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ
  5. ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์จะจัดส่งให้ทางอีเมลที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้
  6. เมื่อชำระเงินค่าลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ทุกกรณี

 

 

 

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาทินี โทร. 02-218-1307 E-mail: wathinee.s@chula.ac.th

 

 


 

 

การเดินทางมายังคณะจิตวิทยา

 

อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ
ขนส่งสาธารณะ
BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 2 แล้วเดินตรงเข้ามาทางประตูสนามนิมิบุตร ประมาณ 300 เมตร
รถเมล์ ป้ายสนามกีฬาแห่งชาติ / มาบุญครอง / โอสถศาลา

 

ที่จอดรถ
อาคารจอดรถ 4 ติดกับอาคารจุฬาพัฒน์ 14

 

 

งาน “วัฒนายุครุปิยาจารย์ ครั้งที่ 5” โดย สมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 สมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงาน “วัฒนายุครุปิยาจารย์ ครั้งที่ 5” ณ ห้องประชุมพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวเพลิงชมพูร่วมแสดงมุทิตาจิตและกราบคณาจารย์ เนื่องในวาระเจริญอายุ 84 ปี

 

ในโอกาสนี้ คณาจารย์อาวุโสที่อายุครบ 85 ปี จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่สอน ณ คณะครุศาสตร์ ก่อนการจัดตั้งคณะจิตวิทยา ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วย ได้แก่ รศ.สุภาพรรณ โคตรจรัส และรศ. ดร.พรรณราย ทรัพยะประภา

 

คณาจารย์อาวุโสคณะจิตวิทยา ได้แก่ รศ. ดร.พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ รศ. ดร.เพ็ญพิไล ฤทธาคณานนท์ รศ. ดร.ชุมพร ยงกิตติกุล และ ผศ.นิรมล ชยุตสาหกิจ พร้อมด้วย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา รศ. ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี ผู้ช่วยคณบดี รศ. ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ อาจารย์ปัจจุบัน และคุณจิรีรัตน์ สิทธิวงศ์ นักจิตวิทยา ได้เข้าร่วมในงานดังกล่าว เพื่อแสดงความเคารพและร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่คณาจารย์อาวุโสทั้งสองท่าน ผู้เป็นแบบอย่างทางวิชาการและวิชาชีพ

 

ทั้งนี้ คณะจิตวิทยาขอร่วมแสดงความเคารพและขอบพระคุณคณาจารย์อาวุโสทุกท่านที่ได้สร้างคุณูปการอันทรงคุณค่าแก่แวดวงการศึกษาและจิตวิทยาของประเทศไทย

 

 

ขอแสดงความยินดีกับ รศ. ดร.ธีระพร อุวรรณโณ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “ราชบัณฑิต” ประเภทวิชาจิตวิทยา สาขาวิชาจิตวิทยาสังคม

 

คณะจิตวิทยา ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระพร อุวรรณโณ อาจารย์อาวุโสคณะจิตวิทยา เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดี และประธานแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “ราชบัณฑิต” ประเภทวิชาจิตวิทยา สาขาวิชาจิตวิทยาสังคม จากที่ประชุมราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙

กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะทางใจ Becoming Brave in the Face of Fear

 

Center for Psychological Wellness จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย x Proudly Collective ขอเชิญคุณมาร่วมกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะทางใจ

 

“กล้า…ในวันที่ใจยังกลัว” Becoming Brave in the Face of Fear

 

มาร่วมหาคำตอบว่า เมื่อความกลัวยังอยู่ในใจ เราจะกล้าได้อย่างไร? ภายในงาน คุณจะได้เข้าร่วม 2 กิจกรรมที่เราออกแบบมาอย่างตั้งใจ

 

  • Panel Discussion: เรียนรู้ผ่านมุมมองจากวิทยากรด้าน Psychology x Business ว่าด้วยการยืนหยัดในตัวตน และเติบโตท่ามกลางความกลัว
  • Workshop: Dear Fear – Emotional First-Aid Toolkit สร้างเครื่องมือดูแลใจของตัวเอง ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

นี่ไม่ใช่งานบรรยายทั่วไป แต่คือพื้นที่ปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณเข้าใจกลไกของความกลัว และฝึกสร้างความกล้าในแบบที่ยั่งยืน

 

ค่าลงทะเบียน 1,000 บาท (รวม Snack Box และ Emotional First-Aid Toolkit) ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
สมัครเลย คลิก

 

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569
เวลา 13.00 – 16.00 น.
ห้องประชุม 401 ชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

สอบถามเพิ่มเติม : ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา
โทร 061-736-2859
อีเมล psywellnessworkshop@gmail.com

Invisible Suffering: การอยู่กับความทุกข์ที่ไม่ถูกมองเห็น

 

แม้ว่าความทุกข์จะเป็นประสบการณ์พื้นฐานของมนุษย์ และผู้คนมักสามารถมองเห็นและหยิบยื่นความเข้าใจให้แก่กันได้เมื่อความทุกข์นั้นปรากฏอย่างชัดเจน เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือการเผชิญกับโรคร้าย ทว่าไม่ใช่ทุกรูปแบบของความทุกข์จะได้รับการมองเห็นหรือการยอมรับในพื้นที่ทางสังคม ความทุกข์บางรูปแบบดำรงอยู่อย่างเงียบงัน ตัวอย่างหนึ่งคือ ภาวะความเศร้าที่ไร้สิทธิ์ (disenfranchised grief) ซึ่งครอบคลุมความทุกข์ที่สังคมมองว่าไม่สำคัญมากพอ อาทิ การสูญเสียสัตว์เลี้ยง หรือการสิ้นสุดของความสัมพันธ์ที่สังคมไม่ยอมรับ

 

นอกจากนี้ ความรู้สึกสิ้นหวังที่ก่อตัวขึ้นจากการเผชิญกับระบบและโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมในสังคม ก็อาจนับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความทุกข์ที่ไม่ถูกมองเห็น ท่ามกลางยุคสมัยที่ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าสูญเสียอำนาจในการกำหนดชีวิตของตนเอง (loss of agency) เมื่อเสียงและพลังของตนดูไร้ความหมาย และถูกตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่อาจต่อรองกับโครงสร้างทางสังคมที่ไม่เป็นธรรมได้ สภาวะเช่นนี้ได้กลายเป็นความทุกข์ที่ทับซ้อนท่ามกลางโลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน โดยมีวิกฤตสงครามและความขัดแย้งในหลายพื้นที่ของโลกเข้ามาซ้ำเติมความเปราะบางของการดำรงอยู่

 

ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ ความรู้สึกไร้อำนาจ (sense of powerlessness) ต่อความบิดเบี้ยวและความไม่แน่นอนที่เผชิญอยู่ เมื่อประสบอย่างต่อเนื่องย่อมค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความสิ้นหวัง อย่างไรก็ตาม ความสิ้นหวังในมิตินี้ มิได้หมายถึงการสูญสิ้นซึ่งความหวังโดยสิ้นเชิง หากแต่เป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลประเมินว่าสถานการณ์ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และตนเองหรือกลุ่มของตนไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด อนาคตก็ดูไม่ต่างจากอดีต ในบริบทเช่นนี้ ความสิ้นหวังจึงอาจถูกเข้าใจได้ว่าเป็นการตอบสนองทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งของบุคคลต่อการตระหนักรู้ถึงความอยุติธรรมเชิงโครงสร้างที่ดำรงอยู่ในสังคม

 

แม้ภายนอก หลายคนยังคงดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปเสมือนเป็นปกติ แต่ลึกลงไปภายในจิตใจกลับอาจกำลังแบกรับความทุกข์ที่ไม่ถูกมองเห็นเอาไว้อย่างหนักอึ้ง ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของเหตุการณ์ภายนอกที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในพื้นที่สาธารณะ ประสบการณ์ภายในและสภาวะทางจิตใจของผู้คนกลับกลายเป็นเสียงที่เงียบงัน ซึ่งแทบไม่มีการเอ่ยถึงหรือได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง

 

ในหลายกรณี ความสิ้นหวังไม่ได้ปรากฏผ่านพฤติกรรมที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น การร้องไห้คร่ำครวญหรือการระเบิดอารมณ์โกรธ หากแต่มักก่อตัวอย่างเงียบงันและซึมลึกภายในจิตใจ สะท้อนผ่านความเหนื่อยล้าและความเฉยชาทางอารมณ์  รวมถึงพฤติกรรมการหลีกหนีหรือการถอนตัว เช่น การหยุดติดตามข่าวสาร การลดบทบาทการมีส่วนร่วมทางสังคมหรือการเมือง หรือการล้มเลิกความพยายามที่เคยมี

 

การถอนตัวดังกล่าวมักไม่ได้เกิดจากความไม่ใยดี หากแต่เป็นผลจากความรู้สึกไร้อำนาจในการดำเนินชีวิตตามคุณค่าและความหมายที่บุคคลยึดถือ วิธีการเช่นนี้อาจทำหน้าที่เป็นกลไกในการปกป้องตนเองจากความเจ็บปวดและความผิดหวังที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อย่างไรก็ตาม หากการถอนตัวดำเนินต่อเนื่องในระยะยาว ก็อาจยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไร้อำนาจและทำให้ความสิ้นหวังดำรงอยู่ต่อไป

 

การอยู่กับความทุกข์ที่ไม่ถูกมองเห็นซึ่งเกิดจากความสิ้นหวังทางสังคมและการเมือง จึงมิใช่การทำเสมือนว่าความทุกข์นั้นไม่มีอยู่ หากแต่เป็นการใส่ใจและทำความเข้าใจความสิ้นหวังอย่างจริงจัง เมื่อความสิ้นหวังได้รับการมองเห็นอย่างตรงไปตรงมา บุคคลอาจเริ่มค้นพบคุณค่า ความหมาย หรือแม้กระทั่งเศษเสี้ยวของความหวังที่ยังคงดำรงอยู่ภายในประสบการณ์นั้น การเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังอย่างเต็มตายังอาจทำให้โครงสร้างของความไม่เป็นธรรมที่ถูกกดทับปรากฏชัดยิ่งขึ้น แม้การตระหนักรู้เช่นนี้จะไม่ได้ขจัดความสิ้นหวังออกไป แต่ก็อาจเปลี่ยนความสิ้นหวังจากภาวะที่กดทับบุคคล ไปสู่ความเข้าใจต่อโลกและตนเองที่ลึกซึ้งขึ้น และในบางครั้งอาจกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดพลังในการตั้งคำถามหรือการต่อกรกับความไม่เป็นธรรมเหล่านั้นอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ การอยู่ร่วมกับความสิ้นหวังอย่างมีความหมายยังอาจเกิดขึ้นผ่านการเชื่อมโยงกับผู้อื่น ไม่ว่าจะผ่านบทสนทนากับเพื่อน คนรัก คนในครอบครัว หรือผู้คนในสังคม การตระหนักว่าความรู้สึกสิ้นหวังมิได้เป็นประสบการณ์เฉพาะตัวของบุคคลหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นประสบการณ์ที่ผู้คนจำนวนมากอาจกำลังเผชิญอยู่ในบริบททางสังคมเดียวกัน การรับรู้ถึง ความเป็นธรรมดาของความสิ้นหวังเช่นนี้อาจช่วยลดความโดดเดี่ยวทางอารมณ์ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการเกื้อหนุนและเสริมพลังซึ่งกันและกัน

 

ท่ามกลางความเปราะบางและความไม่แน่นอนของโลกในปัจจุบัน การเปิดพื้นที่ให้ความสิ้นหวังได้ถูกมองเห็นและได้รับการโอบรับด้วยความเข้าใจ เป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของการเยียวยาและการฟื้นพลังใจของบุคคล ทั้งยังอาจเป็นจุดตั้งต้นของการร่วมกันสร้างความหมายและความหวังใหม่ให้ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

 

 

 


 

 

 

บทความโดย

ผศ. ดร.ชมพูนุท ศรีจันทร์นิล

อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา

 

แสดงความยินดีกับ ผศ. ดร.อภิชญา ไชยวุฒิกรณ์วานิช ที่ได้รับรางวัลผู้ทรงคุณวุฒิดีเด่นระดับวารสาร ประจำปี 2568

 

คณะจิตวิทยา ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิชญา ไชยวุฒิกรณ์วานิช อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 ของ ผู้ทรงคุณวุฒิดีเด่น ระดับวารสาร ประจำปี พ.ศ. 2568 โดย Journal of Social Sciences and Humanities Research in Asia (JSHRA)

 

 

 

แสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 43 ปี แห่งการสถาปนาสำนักงานการทะเบียน

 

วันที่ 5 มีนาคม 2569 คณะจิตวิทยา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี ร่วมแสดงความยินดีและมอบของที่ระลึก เนื่องในโอกาสครบรอบ 43 ปี แห่งการสถาปนาสำนักงานการทะเบียน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.มานะ ศรียุทธศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการทะเบียน เป็นผู้รับมอบ ณ โถง อาคารจามจุรี 6 จุฬาฯ

 

 

 

 

 

กิจกรรมปลูกต้นแก้วในโครงการปลูกต้นแก้วเพื่อสังคมที่ยั่งยืน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เอเชียกลาง

 

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 คณะจิตวิทยา โดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี คุณวีระยุทธ กุลสุวิพลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร คุณเวณิกา บวรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และตัวแทนนิสิต เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นแก้วในโครงการปลูกต้นแก้วเพื่อสังคมที่ยั่งยืน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เอเชียกลาง ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยโครงการนี้ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะ Thailand’s Representative in CICA Think Tank ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการกรอบการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศในภูมิภาค (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia: CICA) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งการเลือกปลูก “ต้นแก้ว” (Orange Jasmine) จํานวน 28 ต้น มีความหมายพิเศษที่สอดคล้องกับจํานวน 28 ประเทศสมาชิกของ CICA มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกที่เติบโตเคียงคู่กันบนผืนแผ่นดินเดียวกัน ส่วนต้นแก้ว ในบริบทวัฒนธรรมไทยสื่อถึงความบริสุทธิ์ คุณค่า และความดีงามทางจริยธรรม เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพเชิงบวก (Positive Peace)

แสดงความยินดีกับคุณจุฑามาศ ตันติวัฒน์นิยม ที่ได้รับรางวัล Outstanding Research Paper ในการประชุมวิชาการทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 13

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ นางสาวจุฑามาศ ตันติวัฒน์นิยม นิสิตปริญญาโทแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผลงานวิจัยได้รับรางวัล Outstanding Research Paper ในการประชุมวิชาการทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 13 “Reimagining Higher Education in a Changing World: Innovation and Collaboration” and Southern CWIE Forum 2026 ในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Conference Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

งานวิจัยนำเสนอที่ได้รับรางวัล คือ “Effects of Social and Emotional Learning Program on Social and Emotional Behaviours and Psychological Well-being of Educationally Disadventaged Children” โดยมี รศ. ดร.เรวดี วัฒฑกโกศล เป็นที่ปรึกษา

 

 

 

Spetial Talk หัวข้อ “จิตวิทยากับการออกแบบรถยนต์ไร้คนขับ”

 

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 แขนงวิชาการวิจัยจิตประยุกต์ คณะจิตวิทยา ได้รับเกียรติจาก Prof. Dr. Sebastian Pannasch รองคณบดีฝ่ายการจัดการศึกษา และประธานหลักสูตรปริญญาโท/เอก สาขาจิตวิทยาวิศวกรรม คณะจิตวิทยา Dresden University of Technology สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ

 

ก่อนการบรรยาย คณะวิทยากรได้เข้าพบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณระพี สุทธิวรรณ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีร วงศ์อุปราช ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

 

การบรรยายมุ่งเน้นแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการประมวลผลภาพและการทำงานของสมอง โดยอธิบายบทบาทของ “การเพ่ง (fixation)” และ “การกรอกตา (saccade)” ซึ่งมีอิทธิพลต่อการจดจ่อและความจำของมนุษย์ พร้อมทั้งเชื่อมโยงพัฒนาการด้านการรับรู้ภาพตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยรุ่น เพื่อทำความเข้าใจกลไกความผิดปกติด้านการอ่านในเด็กบางกลุ่ม

 

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอการประยุกต์องค์ความรู้ด้านการเคลื่อนไหวของดวงตาร่วมกับเทคโนโลยี eye-tracking เพื่อสนับสนุนการสื่อสารของผู้ป่วยทางระบบประสาทที่สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ช่วงท้ายของการบรรยาย ได้ถ่ายทอดผลงานวิจัยล่าสุดที่ประยุกต์เทคโนโลยีการเพ่งและการกรอกตาเข้ากับการออกแบบหน้าปัดยานยนต์ขนาดใหญ่และระบบรถยนต์ไร้คนขับ เพื่อยกระดับทั้งความปลอดภัยและประสบการณ์การโดยสารอย่างมีสุนทรียภาพ สะท้อนบทบาทสำคัญของจิตวิทยาวิศวกรรมในการผสานความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

 

อาจเป็นรูปภาพของ ‎หนึ่งคนขึ้นไป และ ‎ข้อความพูดว่า