ข่าวและกิจกรรม

หลักเกณฑ์ และวิธีการรับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีศักยภาพสูง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

 

ประกาศ

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการรับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีศักยภาพสูง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

 

 

ด้วย คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสรรทุนอุดหนุนการศึกษาสำหรับนิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยสูงให้เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิตของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผลิตผลงานวิชาการและผลงานวิจัยคุณภาพสูงร่วมกับคณาจารย์

 

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารคณะจิตวิทยา ครั้งที่ 21/2567 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 จึงกําหนดรายละเอียดการขอรับทุนอุดหนุนการศึกษา ไว้ดังนี้

 

 

1. ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์ และ วิธีการรับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีศักยภาพสูง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”

 

 

2. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศเป็นต้นไป

 

 

3. ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุน

 

3.1 วุฒิการศึกษา ตรงตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

3.1.1 จบการศึกษาสาขาวิชาจิตวิทยาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือ

3.1.2 กําลังศึกษาปีสุดท้ายในสาขาวิชาจิตวิทยาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือ

3.1.3 นิสิตปริญญาโทคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สอบวัดคุณสมบัติระดับปริญญาเอกผ่าน และเปลี่ยนระดับเป็นปริญญาเอกภายในปีการศึกษา 2568

 

3.2 มีผลการเรียนสะสมไม่ต่ํากว่า 3.50 ณ วันที่สมัคร และเมื่อสําเร็จการศึกษา

 

3.3 ต้องมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ CU-TEP ตั้งแต่ 75 ขึ้นไป หรือ TOEFL ตั้งแต่ 550 ขึ้น ไป หรือ IELTS ตั้งแต่ 6.5 ขึ้นไป หรือสําเร็จการศึกษาหรือกําลังศึกษาในหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ

 

3.4 นิสิตต้องมีโครงร่างวิทยานิพนธ์ โดยมีจํานวนคํา ไม่น้อยกว่า 1,000-1,500 คํา

 

3.5 นิสิตต้องมีอาจารย์ประจําคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตกลงรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ตามแบบฟอร์ม

 

 

4. ผู้มีสิทธิ์รับทุน

 

4.1 มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 3 และ

4.2 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรที่นิสิตสมัครเข้าศึกษาพิจารณาเห็นชอบให้ได้รับทุนนี้ และ

4.3 ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในหลักสูตรดุษฎีบัณฑิตของคณะจิตวิทยาในปีการศึกษา 2569

 

 

5. เงื่อนไขการรับทุน

 

5.1 นิสิตผู้ได้รับทุนอุดหนุนการศึกษาก่อนสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วยงานทางด้านวิชาการหรือวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาของการรับทุน (โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องใส่ชื่อนิสิตร่วมในการตีพิมพ์บทความทางวิชาการด้วย)

 

5.2 นิสิตผู้ได้รับทุนอุดหนุนการศึกษาหลังสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วยงานทางด้านวิชาการหรือวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา สัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง และต้องมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ หรือได้รับตอบรับให้ตีพิมพ์อย่างน้อย 1 ฉบับ อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 1 ปีหลังวันที่จบการศึกษา โดยผลงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้

 

(1) ผลงานวิจัยตีพิมพ์ต้องได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอยู่ในฐานข้อมูล ISI/SCOPUS จัดอยู่ในลําดับควอไทล์ที่ 2 หรือเหนือกว่า ตามประกาศฉบับล่าสุดในการจัดลําดับวารสารของ Journal Citation Report – Clarivate Analytics (JCR) หรือ Scimago Journal & country (SJR)

 

(2) ในบทความที่ตีพิมพ์ นิสิตต้องระบุชื่อนิสิตผู้รับทุนเป็นชื่อแรก อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักเป็น corresponding author และระบุสังกัดว่า สังกัดคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

5.3 นิสิตต้องรายงานความก้าวหน้าทางการศึกษา การทําวิทยานิพนธ์ และการทําวิจัย โดยผ่านการพิจารณาจากอาจารย์ที่ปรึกษา ต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ เพื่อพิจารณาการให้ทุนสนับสนุนในภาคการศึกษาถัดไป

 

5.4 นิสิตต้องระบุการได้รับทุนสนับสนุนการศึกษา ในกิตติกรรมประกาศ ดังนี้

 

กิตติกรรมประกาศ ในวิทยานิพนธ์ ระบุดังนี้ “ขอขอบพระคุณคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สําหรับการสนับสนุนทุนการศึกษา อันเป็นประโยชน์และ เป็นส่วนสําคัญที่ช่วยให้การศึกษาวิจัยในครั้งนี้สําเร็จลุล่วงได้ด้วยดี”

 

กิตติกรรมประกาศ ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการทุกประเภท ระบุดังนี้ “บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง………………………………………….. โดยได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

 

 

6. จํานวนเงินทุน และระยะเวลาการรับทุน

 

6.1 จัดสรรเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาก่อนสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ จํานวน 3 ทุน เมื่อนิสิตเข้าศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรละ 1 ทุน โดยจัดสรรให้ไม่เกิน 4 ภาคการศึกษา ดังนี้

    • ค่าธรรมเนียมการศึกษา  ภาคการศึกษาละ (ต้น-ปลาย)   35,000 บาท
    • ค่าธรรมเนียมพิเศษ       ภาคการศึกษาละ (ต้น-ปลาย)   50,000 บาท

ผู้ได้รับทุนสามารถลงทะเบียนเรียนในรายวิชาระดับบัณฑิตศึกษาในระหว่างที่กําลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีได้ โดยได้รับการยกเว้นการชําระค่าธรรมเนียมการศึกษาผู้เข้าร่วมฟัง

 

6.2 จัดสรรเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาหลังสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ จํานวน 3 ทุน เมื่อนิสิตสอบผ่านโครงร่างวิทยานิพนธ์เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถยื่นขอรับทุนได้ในภาคการศึกษาถัดไป จากที่ได้รับอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยจัดสรรให้ไม่เกิน 2 ภาคการศึกษา ดังนี้

    • ค่าธรรมเนียมการศึกษา  ภาคการศึกษาละ (ต้น-ปลาย)   35,000 บาท

 

 

7. การระงับทุน

คณะจิตวิทยาจะระงับการให้ทุน ดังนี้

 

7.1 พ้นสถานภาพการเป็นนิสิต

 

7.2 ทุจริตในการสอบหรือคัดลอกผลงานวิชาการ

 

7.3 อยู่ในระหว่างการลาพักการศึกษา

 

7.4 นิสิตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับทุนตามข้อ 5

 

7.5 คณะจิตวิทยา เห็นสมควรให้ระงับทุน

 

 

8. การสมัครขอรับทุน

ให้นิสิตติดต่อฝ่ายวิชาการ คณะจิตวิทยา นับตั้งแต่วันที่ประกาศ ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2568

 

 

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 9 มกราคม 2569

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์

คณบดีคณะจิตวิทยา

 

 

ประกาศทุน

 

 


 

 

 

ใบสมัครขอรับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีศักยภาพสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – ทุนอุดหนุนการศึกษาก่อนสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์

 

 


 

คณะจิตวิทยาต้อนรับคณาจารย์จาก Universiti Putra Malaysia สหพันธรัฐมาเลเซีย

 

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2567 ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา และ อ. ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช รองคณบดีฝ่ายวิจัย และหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์จิตวิทยาตะวันออก-ตะวันตก ร่วมต้อนรับคณาจารย์จาก Universiti Putra Malaysia สหพันธรัฐมาเลเซีย
  • Assoc. Prof. Ng Yee Guan, Ph.D., Faculty of Medicine and Health Sciences
  • Ng Keng Yap, Ph.D. Faculty of Computer Science and Information Technology
  • Mrs. Saadiatul Ibrahim, School of Business and Economics
พร้อมด้วยคณะนักศึกษา ในการมาเยือนคณะจิตวิทยา เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือทางการวิจัยและวิชาการ

ปฏิทินโครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา ปี 2569

 

โครงการอบรมความรู้ทางจิตวิทยา สำหรับบุคคลทั่วไป

โดยงานบริการวิชาการกลาง คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2569

* รายละเอียดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม *

งานบริการวิชาการ คณะจิตวิทยา
โทร. 02-218-1307
Line OA: https://lin.ee/ZepebrQ
E-mail: Wathinee.S@chula.ac.th

 

 

 

 

 

การวิเคราะห์อํานาจการทดสอบทางสถิติด้วย เทคนิค Monte Carlo อบรมเสร็จสิ้นแล้ว
การทำงานในสายงานนักจิตวิทยาและผู้ปฏิบัติงานด้านพัฒนาการ อยู่ในระหว่างการอบรม
พื้นฐานและมุมมองทางจิตวิทยาสําหรับการร่วมมือข้ามศาสตร์
Bridging Disciplines: Incorporate Psychology into Your Endeavor
อบรมเสร็จสิ้นแล้ว
ชีวิตดีมีสุข : Life Enrichment Workshop เปิดรับสมัคร
เทคนิคพื้นฐานการเจรจาต่อรอง เปิดรับสมัคร
กลวิธีการเผชิญปัญหาบนพื้นฐานของการมีสติ สำหรับวัยรุ่น เปิดรับสมัคร
กลวิธีการเผชิญปัญหาบนพื้นฐานของการมีสติ สำหรับผู้ใหญ่ เปิดรับสมัคร
สติปัญญาของมนุษย์ (human Intelligence) เปิดรับสมัคร
การเตรียมบทความวิจัยสำหรับการตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ เปิดรับสมัคร
Life Long Learning: ทฤษฎีการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและจิตบำบัด TBC
ความรู้พื้นฐานจิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental Psychology) TBC
จิตวิทยาการจัดการเวลา TBC
จิตวิทยานิติเวช (Forensic Psychology) TBC
การบันทึกและวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าสมองสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา TBC
สมองในวัยชรา (Cognitive Aging) TBC
ความรู้พื้นฐานจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (I/O Psychology) TBC
Psychology Safety Playbook TBC
Ai กับ จิตวิทยา TBC
เทคนิคการเจรจาต่อรองเชิงธุรกิจ TBC
ความรู้ทางจิตวิทยาสำหรับประชาชนทั้่วไป (General Psychology) TBC
ความรู้พื้นฐานทางจิตวิทยาครอบครัว (Family Psychology) TBC
Psychological Foundations of Systems Thinking TBC
จิตวิทยาผู้ใหญ่ TBC

คณะจิตวิทยา เข้าร่วมพิธีตักบาตรเนื่องในโอกาสขึ้นพุทธศักราชใหม่ 2569 ที่จัดขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ลานพระศรีมหาโพธิ์

 

วันที่ 5 มกราคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา พร้อมด้วยคณาจารย์ และบุลากรคณะจิตวิทยา เข้าร่วมพิธีตักบาตรเนื่องในโอกาสขึ้นพุทธศักราชใหม่ 2569 ที่จัดขึ้นโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ลานพระศรีมหาโพธิ์ หน้าอาคารจามจุรี 4 เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวจุฬาฯ ในการเริ่มต้นปีใหม่

 

ภายหลังพิธีตักบาตร ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานพิธี และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ได้ให้โอวาทและอวยพรปีใหม่แก่ชาวจุฬาฯ

 

 

คณะจิตวิทยาร่วมรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตร เนื่องในโอกาส 109 ปี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

 

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 คณะจิตวิทยา นำโดย ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี เข้าร่วมการเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตร เนื่องในโอกาส 109 ปี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

 

ในโอกาสนี้ คณะจิตวิทยาได้ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือ “นิทานชูใจ” จำนวน 10 เล่ม แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นหนังสือนิทานเชิงจิตวิทยาที่พัฒนาขึ้นจากผลงานวิชาการและนวัตกรรมของคณะจิตวิทยา ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเด็กและผู้ปกครอง ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปเผยแพร่และแจกจ่ายแก่ผู้ที่สนใจต่อไป

 

ขอแสดงความยินดีกับ คุณพัชรินทร์ อรุณเรือง นิสิตปริญญาเอก ที่ได้รับทุนวิจัยจาก วช.

 

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับ คุณพัชรินทร์ อรุณเรือง นิสิตปริญญาเอก สาขาวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับ “การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม ทุนพัฒนานักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568

 

 

 

 

ขอแสดงความยินดีกับ รศ. ดร.ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ ในโอกาสที่ได้รับ “รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติด้านการเรียนการสอน”

 

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับ รศ. ดร.ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขนงวิชาจิตวิทยาคลินิก และจิตวิทยาการปรึกษา ในโอกาสที่ได้รับ “รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติด้านการเรียนการสอน” กองทุนกาญจนาภิเษกเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2567 รางวัลระดับดีมาก ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณารางวัลเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอนสำหรับอาจารย์รุ่นใหม่และรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติอาจารย์ด้านการเรียนการสอน ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 และโดยการเวียนเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568

 

รางวัลนี้เป็นรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติอาจารย์ที่ปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนควบคู่กับภาระงานด้านการวิจับ กิจการนิสิต การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

 

 

 

ผลงานนิสิตคณะจิตวิทยา ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 (SEAGAMES 2025) ประเทศไทย

 

นิสิตนักกีฬาจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยและมหาวิทยาลัย คว้าเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568

 

 

นิสิตคณะจิตวิทยาที่ทำผลงานมีดังต่อไปนี้

 

  • นางสาวปัฌรวี ชยวรารักษ์ นิสิตคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ชั้นปีที่ 3 ได้รับหนึ่งเหรียญทองใน ประเภท Women Team และหนึ่งเหรียญเงินในประเภท Women’s Duet ในการแข่งขันว่ายน้ำลีลา

 

 

 


 

 

  • นางสาวทิพย์วรินทร ญาณกรธนาพันธุ์ นิสิตคณะจิตวิทยา ชั้นปีที่ 3 และนางสาวธมิดา กุลธาดาปกรณ์ นิสิตคณะจิตวิทยา ชั้นปีที่ 1 ได้รับหนึ่งเหรียญทองในการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ประเภททีมหญิง 

 

 

 

 


 

 

 

  •  นางสาวชญานุศภัฒค์ ชินนะเกิดโชค นิสิตคณะจิตวิทยา ชั้นปีที่ 3 ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในการแข่งขันฟันดาบสากล ประเภท Team Foil

 

 

 

 


 

 

 

นอกจากนี้ นางสาวมนต์ลดา เกสบุญลือ นิสิตคณะจิตวิทยา ชั้นปีที่ 1 เป็นหนึ่งในทีมตัวแทนนักกีฬาระบำใต้น้ำที่ได้เข้าร่วมในการแสดงช่วงที่ 3 ของพิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่มีชื่อว่า “WE ARE ONE – WE ARE CONNECTED BY THE SEA – สายน้ำหลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว” เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

 

 

 

 

โครงการ Intercultural Development: Student Exchange and Cross-Cultural Research Program

 

ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์จิตวิทยา ตะวันออก-ตะวันตก คณะจิตวิทยา ร่วมกับ Wenzhou-Kean University (Center for Behavioral Research Across Cultures) ได้จัดโครงการ Intercultural Development: Student Exchange and Cross-Cultural Research Program โดยเมื่อวันที่ 7 – 15 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา อาจารย์ ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช และ อาจารย์ ดร.พูลทรัพย์ อารีกิจ ได้นำนิสิตระดับปริญญาโท จำนวน 3 คน และนิสิตระดับปริญญาตรี จำนวน 8 คน เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ และวัฒนธรรม รวมถึงนำเสนอผลงานวิจัย ณ Wenzhou-Kean University และ Department of Psychology and Behavioral Sciences, Zhejiang University สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในบริบททางวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยข้ามวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนและงานวิจัยด้านจิตวิทยาในระดับนานาชาติต่อไป

 

 

 

การกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม – Assertiveness

 

การกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม หมายถึง การที่บุคคลสามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตนออกมาได้อย่างเหมาะสม เปิดเผย และเป็นไปตามธรรมชาติ ปราศจากความวิตกกังวลทางอารมณ์ สามารถเรียกร้องสิทธิของตนได้ มีการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพ สามารถรักษาสัมพันธภาพระหว่างบุคคลได้

 

 

Bower และ Bower (1976) ได้อธิบายลักษณะของการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมประกอบด้วย 12 ลักษณะ ตังนี้

 

  1. การพูดแสดงความรู้สึก – บุคคลสามารถแสดงความชอบและความสนใจออกมาได้ว่าตนรู้สึกอย่างไร มีความคิดเช่นไร โดยสามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างเหมาะสม
  2. การพูดเกี่ยวกับตนเอง – เมื่อบุคคลแสดงพฤติกรรมหรือกระทำสิ่งที่มีคุณค่า บุคคลสามารถบอกเล่าเรื่องราวของตนเองกับคนรอบข้าง โดยไม่ผูกขาดการสนทนาไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่พูดจาโอ้อวด และสามารถพูดถึงความสำเร็จของตนได้อย่างเหมาะสม
  3. การพูดจาทักทายปราศรัย – บุคคลสามารถแสดงความเป็นมิตร และสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลที่ต้องการทำความรู้จักได้ ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายด้วยน้ำเสียงที่แสดงความยินดีที่ได้พบ สามารถสร้างบทสนทนาที่ดีต่อไปได้
  4. การยอมรับคำชมเชย – บุคคลสามารถยอมรับคำชมเชยได้อย่างจริงใจ และไม่ปฏิเสธคำชมเชยที่ได้รับ
  5. การแสดงสีหน้าอย่างเหมาะสม – บุคคลสามารถแสดงออกทางสีหน้าและน้ำเสียงได้ตรงตามความรู้สึกที่แท้จริง สามารถสบตาคู่สนทนาได้อย่างเหมาะสม
  6. การแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ – บุคคลสามารถแสดงออกได้อย่างสุภาพโดยไม่เสแสร้ง เมื่อมีความรู้สึกว่าไม่เห็นด้วยกับข้อความในการสนทนานั้น ซึ่งอาจแสดงออกด้วยการเลิกคิ้ว หรี่ตา ส่ายศีรษะ หรือเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา โดยสามารถแสดงออกมาได้อย่างเหมาะสมและสุภาพ
  7. การขอให้แสดงความกระจ่างชัด – เมื่อมีผู้ให้คำแนะนำ คำสั่งสอน หรือคำอธิบายที่กำกวมไม่ชัดเจน บุคคลสามารถซักถามเพื่อให้เข้าใจในความหมายของคำแนะนำสั่งสอนได้อย่างชัดเจน หรือขอร้องให้มีการอธิบายใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  8. การถามเหตุผล – เมื่อมีผู้มาขอร้องให้ทำในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล บุคคลสามารถถามเหตุผลที่ชัดเจนของสิ่งที่จะทำได้อย่างตรงไปตรงมา
  9. การแสดงออกซึ่งความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน – เมื่อบุคคลมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับผู้อื่น บุคคลสามารถแสดงความไม่เห็นด้วย โดยสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป บอกความคิดและความรู้สึกของตนได้
  10. การพูดเพื่อรักษาสิทธิของตน – บุคคลสามารถเรียกร้องสิทธิของตนได้เมื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบตนเอง เมื่อรู้สึกว่าตนถูกเอาเปรียบก็สามารถปฏิเสธได้โดยไม่เก็บมาคิดว่าเป็นความผิดของตน สามารถเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของตนและขอร้องให้ผู้อื่นแสดงต่อตนเองอย่างยุติธรรมด้วย
  11. การยืนกราน – เมื่อรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม บุคคลสามารถทำการร้องทุกข์และยืนหยัดในวัตถุประสงค์ของตนเองจนกว่าจะได้รับความพอใจ แม้มีผู้คัดค้านก้ไม่เลิกล้มความตั้งใจนั้น
  12. การเลี่ยงการให้คำอธิบายกับทุก ๆ ความคิดเห็น – บุคคลสามารถโต้เถียงในการสนทนา โดยการยุติการวิจารณ์ เช่น เมื่อมีบุคคลหนึ่งถามเหตุผลว่าทำไม ๆ ตลอดเวลา บุคคลจะสามารถหยุดคำถามโดยการปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ เพิ่มเติม หรือการถามคำถามนั้นกลับไปแก่ผู้ถาม โดยบุคคลอาจมีเหตุผลของตนเองโดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าตนมีความคิดเห็นต่อเรื่องนั้นอย่างไร

 

 

 

 

 

ในทางตรงกันข้าม การไม่กล้าแสดงออก หมายถึง การขลาดอายไม่กล้าพูดถึงความรู้สึกของตนเองออกมาอย่างแท้จริง กลัวการประเมินทางลบจากผู้อื่น ไม่แสดงความรู้สึกนึกคิดและความต้องการของตนอย่างตรงไปตรงมาไม่กล้าตัดสินใจ เนื่องจากขาดความมั่นใจและความเคารพในตนเอง ไม่สามารถหาวิธีใหม่ ๆ ในการจัดการกับความไม่พึงพอใจของตนเองได้

 

การไม่กล้าแสดงออก มีทั้งการไม่กล้าแสดงออกซึ่งเป็นนิสัยพื้นฐาน และการไม่กล้าแสดงออกตามสถานการณ์ กล่าวคือ สถานการณ์แวดล้อมต่าง ๆ เป็นตัวสร้างความไม่สบายใจและทำให้เกิดพฤติกรรมไม่กล้ายืนหยัดในสิทธิ์ขึ้น ทั้งนี้ Fensterheim และ Bear (1975) ได้อธิบายลักษณะของการไม่กล้าแสดงออกว่าเป็นลักษณะของบุคคลซึ่งขาดการพัฒนาทางบุคลิกภาพ ขาดการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้อื่น หรือมีความเจ็บปวดทางจิตใจ อย่างไรก็ตาม บุคคลสามารถแก้ไขและพัฒนาเพื่อให้กล้าแสดงออกมาขึ้นได้

 

 

ความก้าวร้าว (aggressive) มักถูกสับสนกับการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมอยู่บ่อยครั้ง ในด้านของการแสดงออกและผลกระทบ ความก้าวร้าวมักถูกนิยามอย่างกว้าง ๆ ว่าเป็นลักษณะที่ก่อให้เกิดความคุกคามหรือความเจ็บปวดต่อผู้อื่น บุคคลที่มีความก้าวร้าวมักกล้ายืนยันในสิทธิของตนเอง แต่ก็ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นและไม่แสดงความเคารพในสิทธิของผู้อื่น

 

 

พฤติกรรมการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมนั้นเป็นไปเพื่อความเท่าเทียมกันในความสัมพันธ์ของมนุษย์ ส่งเสริมให้บุคคลทำในสิ่งที่สนใจ กล้ายืนยันโดยไม่มีความกังวลและสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกได้อย่างจริงใจและไม่กดดัน ยึดถือสิทธิส่วนบุคคลของตนเองโดยไม่ปฏิเสธสิทธิของผู้อื่น

 

 

 

 


 

 

 

 

ข้อมูลจาก

 

 

ภารดี ศิริสุทธิพัฒนา. (2550). ผลของการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและอารมณ์ต่อการคล้อยตามสิ่งชี้นำในกระบวนการซักถาม [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2007.223

 

จิรายุ กองเพชร. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม ความมีจิตสานึก และการเห็นคุณค่าในตนเอง [โครงการวิชาการวิทยาศาสตรบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.SP.2016.32