คำว่าผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุเป็นกระบวนการที่มีความเป็นพลวัตรภายใต้เงื่อนไขเชิงโครงสร้างของแต่ละสังคม ซึ่งเป็นผู้ให้ความหมายหรือตีความการรับรู้เกี่ยวกับการสูงวัย ทำให้อายุเริ่มต้นที่ใช้ในการระบุผู้สูงอายุหรือระบุการเข้าสู่ความสูงอายุของบุคคลที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ไม่สามารถอธิบายถึงหลักการและเหตุผลที่ชัดเจนหรือเกณฑ์ข้อตกลงที่เป็นสากล
โดยทั่วไปพิจารณาจากองค์ประกอบในด้านต่าง ๆ เช่น การสูงอายุตามวัยหรือตามปีปฏิทินที่ผ่านไป การเปลี่ยนแปลงทางชีวิวิทยาของสภาพร่างกายและความสามารถในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพและบทบาททางสังคมของบุคคล ทำให้การประเมินการรับรู้เรื่องอายุของบุคคลอาจแบ่งออกได้ ดังนี้ อายุตามปฏิทินหรือตามวัย (chronological age) อายุทางชีววิทยา (biological age) และ อายุทางอัตวิสัย (subjective age)
อายุทางอัตวิสัย หมายถึง อายุที่วัดประเมินหรือบ่งชี้จากประสบการณ์ส่วนบุคคล การรับรู้สัมผัสประสบการณ์ความแก่ชราที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคล โดยผ่านการประเมินตัวเองจากความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวบุคคลว่าตัวเองอายุอ่อนกว่าวัยหรือมีอายุแก่กว่าวัย โดยขึ้นอยู่กับการประเมินในแง่มุมต่าง ๆ ของอายุ
อายุทางอัตวิสัยไม่ใช่คุณลักษณะพฤติกรรมส่วนบุคคล (trait) แต่เป็นสภาวะทางจิตใจ (state) มีลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งประกอบไปด้วย ความรู้สึก (feel-age) รูปลักษณ์ (look-age) กิจกรรมที่ทำ (do-age) และการแสดงออกด้านความสนใจในสิ่งต่าง ๆ (interest-age)

อายุทางอัตวิสัยมีการศึกษาเชิงประจักษ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 ในปัจจุบันมีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนกว่าวัยมากกว่าในอดีต แต่ยังขาดคำอธิบายทางทฤษฎีทางจิตวิทยาที่แน่ชัด นักจิตวิทยาบางส่วนนำเสนอแนวคิดเชิงกระบวนการสร้างแรงจูงใจ ว่าบุคคลมีแรงจูงใจที่จะรู้สึกว่าตนเองอ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นขอบเขตของอคติเชิงบวก (positive bias) อีกแนวคิดเป็นเรื่องการประมวลผลข้อมูล คือผู้สูงอายุในปัจจุบันจะรับรู้ว่าตัวเองอ่อนกว่าอายุปฏิทินเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อน เนื่องจากสภาวะสุขภาวะของผู้สูงอายุในปัจจุบันดีขึ้น
ทั้งนี้ เกณฑ์การแบ่งช่วงอายุระหว่างผู้สูงอายุ (older) กับแรงงานสูงวัย (older worker) มีความแตกต่างกัน ผู้สูงอายุมีเกณฑ์การแบ่งช่วงอายุไว้ 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงสูงอายุตอนต้น อายุประมาณ 60-69 ปี ช่วงสูงอายุตอนกลาง อายุประมาณ 70-79 ปี และช่วงสูงอายุตอนปลาย อายุประมาณ 80 ปีขึ้นไป ส่วนเกณฑ์การแบ่งช่วงอายุของแรงงานสูงวัยไม่มีการแบ่งไว้ตายตัว และมีช่วงอายุที่แคบกว่าผู้สูงวัย ที่ผ่านมานักวิชาการได้มีการเสนอช่วงอายุและเกณฑ์ที่หลากหลาย แต่ก็ไม่ได้มีการกำหนดอายุตามปีปฏิทินของแรงงานสูงวัยในบริบทของการทำงาน ทั้งนี้เป็นเพราะคำว่า “แก่กว่า” เป็นหมวดหมู่ทางสังคมที่ไม่คงที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งยังเกี่ยวข้องกับการเหมารวมอายุในเชิงลบ
แรงงานสูงวัยในแต่ละประเทศ หน่วยงาน หรือองค์กร ต่างใช้นิยามด้านอายุค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ 40-65 ปี เช่น กระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกา ถือว่าแรงงานสูงอายุหมายถึงแรงงานที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ขณะที่กฎหมายการเลือกปฏิบัติด้านอายุในการจ้างงาน ค.ศ. 1967 ของสหรัฐฯ กลับนิยามแรงงานสูงอายุว่าหมายถึงลูกจ้างที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป สำหรับประเทศไทยอิงตามพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เช่นเดียวกับองค์การสหประชาชาติ นิยามว่าแรงงานสูงวัยว่าคือผู้ที่ทำงานเกินกว่าอายุเกษียณทั่วไป นั่นคือผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
การศึกษาในบริบทของการทำงาน พบว่า อายุทางอัตวิสัยสามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างแรงจูงใจภายในที่ส่งผลต่อความผูกพันในงานของกลุ่มบุคลากรสูงวัย และสามารถเพิ่มพฤติกรรมการปรับงานเชิงรุก การเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองเพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำงาน กล่าวคือ บุคคลที่รู้สึกว่าตัวเองอายุอ่อนกว่าปีปฏิทินจะมีความผูกพันในงาน และมีพฤติกรรมการปรับงานเชิงรุก มากกว่าบุคคลที่รู้สึกว่าตัวเองแก่กว่าอายุตามปีปฏิทิน
ข้อมูลจาก
มนัส อุ่นใจ. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงาน และความผูกพันในงาน โดยมีอายุทางอัตวิสัย และการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านในกลุ่มบุคลากรอาวุโส [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2023.140