การกีดกันในที่ทำงาน หมายถึง การที่พนักงานถูกแยกออกไปจากกลุ่มหรือทีมที่ทำงานอยู่ โดยแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมการเมิน เพิกเฉย ราวกับพนักงานนั้นไม่มีตัวตน ซึ่งพนักงานจะทราบสาเหตุหรือไม่ก็ตาม
การที่บุคคลประเมินว่าตนเองถูกเมินเฉยในที่ทำงานทำให้เกิดความรู้สึกเชิงลบ โดยผู้อื่นในองค์กรอาจเป็นเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานก็ได้ บางครั้งกลุ่มในที่ทำงานตั้งใจที่จะลงโทษบุคคลนั้นโดยการกีดกันไม่ให้มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมที่ทำงาน โดยพนักงานที่ถูกกีดกันจะมีระดับความเหงาและความหดหู่ใจสูงกว่าคนอื่น ๆ

Dash และคณะ (2024) ได้ทำการศึกษาเชิงคุณภาพและพบประเด็นสำคัญ 4 ประการจากการวิเคราะห์คำสัมภาษณ์เกี่ยวกับการกีดกันในที่ทำงาน ดังนี้
- การรับรู้ว่าพนักงานมีความรู้ ทักษะ หรือคุณลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่งานหรือองค์กรต้องการ เช่น มีช่องว่างด้านความรู้หรือทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน
- ปฏิกิริยาทางอารมณ์ของผู้อื่นต่อพฤติกรรมหรือท่าทีของพนักงาน เช่น พนักงานที่มีแนวโน้มโกรธง่ายหรืออารมณ์ร้อน อาจทำให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยง ขณะที่พฤติกรรมหรือท่าทีบางอย่างอาจกระตุ้นความรู้สึกไม่ชอบ อิจฉา หรือริษยา และนำไปสู่การกีดกัน
- กระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจจนทำให้บางคนถูกกันออกจากเครือข่ายทางสังคม เช่น คนในกลุ่มสื่อสารกันด้วยภาษาท้องถิ่นที่บางคนไม่เข้าใจ หรือหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับบางคนเนื่องจากขาดความไว้วางใจ
- ความแตกต่างทางภูมิหลังและโครงสร้างองค์กรที่ส่งผลต่อการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น คนมีแนวโน้มจะปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่มีระดับหรือตำแหน่งใกล้เคียงกัน รวมถึงผู้ที่มีลักษณะทางประชากรคล้ายกัน เช่น อายุ ขณะที่โครงสร้างองค์กรแบบลำดับชั้นอาจยิ่งทำให้การกีดกันเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
สภาพแวดล้อมการกีดกันส่งผลให้บุคคลเกิดความรู้สึกขาดความเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ซึ่งขัดต่อความต้องการของมนุษย์ที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายทางสังคม โดยรวมแล้วการกีดกันในสถานที่ทำงาน เป็นตัวสร้างความเครียดทางทำให้บุคคลไม่อยากปฏิบัติงานและล้มเลิกการทำงาน ลดแรงจูงในในการทำงาน และส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของทั้งบุคคลและองค์กร
การกีดกันในที่ทำงานส่งผลรุนแรงภายในกับความรู้สึกของพนักงานซึ่งเป็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เนื่องจากการถูกกีดกันให้บุคคลหนึ่งรู้สึกว่าไม่มีตัวตน ไม่ได้รับความสนใจ ไม่รู้ว่าเราเป็นใครในที่ทำงาน และไม่เป็นส่วนหนึ่งในสังคมการทำงาน ต่างกับการคุกคามหรือการทำร้ายไม่ว่าจะทางวาจาหรือการกระทำที่เห็นผลภายนอกอย่างชัดเจน ซึ่งพนักงานที่พบเห็นนั้นจะมองว่ารุนแรงและมีแนวโน้มไม่ยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว เพราะรับรู้ถึงความอันตรายถ้าเกิดบรรยากาศที่มีการคุกคามในองค์กร
การถูกกีดกันในที่ทำงานสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านลบต่าง ๆ ได้มีการศึกษาพบว่าการถูกกีดกันในที่ทำงานส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริการของพนักงาน องค์กรที่มีการกีดกันในที่ทำงานนั้นเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีผลเสียต่อพนักงานนำไปสู่ความไม่พอใจในงานและความตั้งใจลาออกสูง
ข้อมูลจาก
กุลสตรี ภูชงค์. (2568). ความสัมพันธ์ระหว่างการกีดกันในที่ทำงานกับความตั้งใจลาออก โดยมีความเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่านและความต้องการพื้นฐานด้านการเป็นส่วนหนึ่งเป็นตัวแปรกำกับ [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2025.98