News & Events

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Schema-Focused Psychotherapy for Challenging Clients” รุ่นที่ 2

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ

Schema-Focused Psychotherapy for Challenging Clients: Integrating CBT, Psychodynamic, and Gestalt Approaches รุ่นที่ 2

 

สำหรับนักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาการปรึกษา นักจิตบำบัดและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตที่มีความรู้เกี่ยวกับจิตบำบัด

 

 

วันที่ 20-21 มีนาคม 2569  เวลา 9.00-17.30 น. (รวมจำนวน 15 ชั่วโมง)
ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

เนื้อหาการอบรม
  • แนวคิดและทฤษฎีจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นโครงข่ายความคิด อารมณ์และความรู้สึก (Schema-Focused Psychotherapy)
  • ขั้นตอนกระบวนการจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นโครงข่ายความคิด อารมณ์และความรู้สึก (Schema-Focused Psychotherapy)

 

วิทยากร
  • รศ. ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี (Ph.D. in Clinical Psychology, The University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย)

 

อัตราค่าลงทะเบียน

6,600 บาท | รับจำนวน 25 ที่นั่ง
รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการฝึกอบรม

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เบอร์โทรศัพท์โครงการ : 092-268-2385

อีเมล : psychulaworkshop@gmail.com

 

 

 

 

 

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5 โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ

Learning Emotionally Focused Couple Therapy (EFT): An Introduction to Comprehensive Theory, Basic Skills, and a Step-by-Step Process

 

การอบรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน ทักษะที่สำคัญและกระบวนการตามแนวคิด Emotionally Focused Couple Therapy (EFT) เหมาะสำหรับนักจิตวิทยา หรือผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิต จัดโดย ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness) คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

วันที่ 07-09 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 – 16.30 น.
ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

วิทยากร

 

รับจำนวนจำกัด 25 ท่าน เท่านั้น

 

ลงทะเบียนทาง: https://forms.gle/TU3Xb1aG7YVL6WkB8
หนังสือเชิญ:

 

 

เนื้อหาการอบรม
  • แนวคิดและทฤษฎีจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • ทักษะที่สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงาน จิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • กระบวนการและกลไกของจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • ขั้นตอนจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)

 

อัตราค่าลงทะเบียน
  • 8,500 บาท (อัตราค่าลงทะเบียนนี้ รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารการอบรมและประกาศนียบัตรสำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 80% ของเนื้อหา)

 

*การยกเลิกการลงทะเบียน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าลงทะเบียนทุกกรณี*

 

 

 

 

ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบอร์โทรศัพท์โครงการ : 092-268-2385
อีเมล : psychulaworkshop@gmail.com

เลื่อนไปเรื่อย ๆ ไม่เสร็จเสียที… ทำอย่างไรดีกับการผัดวันประกันพรุ่ง

 

  • “อีกแป็บนึง..”
  • “เดี๋ยวค่อยทำละกัน…”
  • “ไว้ทีหลังละกันนะ…”
  • “เดี๋ยวค่อยคิด…”

 

หลายคนคงเคยพูดประโยคเหล่านี้กันมาบ้าง บางครั้งเราใช้ประโยคเหล่านี้เพราะเราอาจจะกำลังยุ่งกับเรื่องหลายเรื่อง และบางครั้งเราก็จะใช้ประโยคเหล่านี้เพียงเพราะเรายังไม่อยากจะทำงานที่เราต้องทำ ไม่อยากจะอ่านหนังสือที่จำเป็นต้องอ่านเพื่อทำรายงาน หรือแม้แต่ไม่อยากตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องเพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น ๆ

 

เหตุการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า “การผัดวันประกันพรุ่ง” (Procrastination) หรือ การที่เราเลื่อนการทำอะไรบางอย่างหรือแม้แต่เลื่อนการตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าความสามารถของเราที่จะทำได้ และเราก็รู้อยู่แล้วว่า การเลื่อนที่จะทำสิ่งเหล่านั้นออกไปอาจจะส่งผลเสียต่อเราในภายหลังได้ อย่างเช่นว่า สุดท้ายแล้วงานชิ้นนั้นก็ไม่เสร็จเสียที จนอาจทำให้เราไม่สามารถส่งงานได้ทันตามกำหนด

 

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่งกันก่อน

 

 

 

ธรรมชาติของมนุษย์


 

 

เราทุกคนมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ในตัวเองอยู่แล้วไม่มากก็น้อย เนื่องจากเรามีพลังงานและเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน ดังนั้นเรื่องบางเรื่องหรืองานบางงานที่เราตั้งใจจะทำ มันก็อาจจะถูกเลื่อนออกไปก่อน เพราะเราหมดแรงหรือไม่มีเวลาพอที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จได้ เราสามารถผัดวันประกันพรุ่งได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กขนาดไหน

 

การผัดวันประกันพรุ่ง มี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

 

  1. การผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจ (Passive procrastination)

    เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเราเองตัดสินใจแล้วว่าจะทำสิ่ง ๆ นั้นให้เสร็จ แต่เราก็หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการลงมือทำสิ่งนั้นออกไป จนสุดท้ายแล้วก็ไม่ลงมือทำเสียที เช่น เราอาจจะคิดว่า “เดี๋ยวเราจะเริ่มพิมพ์รายงานหลังจากที่เราล้างจานเสร็จ” แต่เมื่อล้างจานเสร็จ เราก็มีความคิดใหม่ว่า “ขอถูบ้านก่อนละกัน เดี๋ยวถูบ้านเสร็จจะเริ่มทำรายงานละ” แล้วก็มีเรื่องอื่น ๆ ให้ทำขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำรายงานเสียที ผลสุดท้ายสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาจากการผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจคือ “ความรู้สึกผิด” ที่ไม่ลงมือทำสิ่งนั้น จนสุดท้ายอาจทำให้เสียโอกาสบางอย่างไป

  2. การผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ (Active procrastination)

    เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเรามีการ วางแผน และตั้งใจที่จะเลื่อนการทำสิ่ง ๆ นั้นออกไป การผัดวันประกันพรุ่งในรูปแบบนี้มักจะเกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า “การทำงานภายใต้แรงกดดันของเวลาจะทำให้เราทำงานได้ดีที่สุด” สำหรับบางคนความเชื่อนี้อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ก็ไม่เสมอไป ถึงแม้เราจะพบว่า เราสามารถทำงานได้ดีภายใต้แรงกดดันของเวลา แต่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เราทำสิ่งนั้นเสร็จคือ ความรู้สึกของการเป็นเหยื่อจากการผัดวันประกันพรุ่ง เช่น ความรู้สึกเหนื่อยจากการที่ต้องรีบและทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับสิ่งเดียวเพื่อให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด หรือ การมีความคิดว่า “หากมีเวลามากกว่านี้ ก็คงไม่ต้องรีบและเหนื่อยขนาดนี้”

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว การผัดวันประกันพรุ่งมักเกิดขึ้นในลักษณะของการที่เราเลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญน้อยกว่าก่อน โดยเลื่อนสิ่งที่เป็นเรื่องที่สำคัญออกไป

 

และเมื่อเราเลื่อนสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไป เราก็มักจะบอกกับตัวเองว่า “เราก็ทำบางอย่างเสร็จเหมือนกันนะ (ถึงแม้จะสำคัญน้อยกว่าเรื่องที่ควรจะทำก็ตาม) ดังนั้นการที่เราเลือกจะไม่ทำสิ่งนี้แล้วไปทำสิ่งอื่นก่อน ก็ไม่แย่นะ… เพราะเราก็ทำสิ่งที่เราเลือกเสร็จไง !!!” แต่ถ้าลองพิจารณาให้ดี ก็จะรู้ว่า ในความเป็นจริงแล้วเรากำลังผัดวันประกันพรุ่ง โดยเลือกทำในสิ่งที่ไม่สำคัญ (และบางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำในเวลานั้น) หรือ มีความสำคัญน้อยกว่า และเลือกที่จะไม่ทำสิ่งที่จริง ๆ แล้วควรจะทำให้เสร็จในตอนนี้

 

บ่อยครั้งในการผัดวันประกันพรุ่ง กิจกรรมที่เราเลือกทำมักจะเป็นกิจกรรมที่เราชอบ หรือสร้างความสุขให้กับเรา ซึ่งหากดูเผิน ๆ สิ่งนี้ก็น่าจะดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยสร้างความสุข ความผ่อนคลายให้กับเราได้ แต่… สุดท้ายแล้ว เมื่อต้องกลับมาทำสิ่งที่เราเคยเลื่อนมันออกไปให้เสร็จ การผัดวันประกันพรุ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เราเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง (Self-criticism) หรือทำให้เรารู้สึกเครียด รู้สึกเศร้า หรือ รู้สึกแย่กับตัวเองได้

 

 

ทำไมเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง ???


 

 

สาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่งมีอยู่หลากหลายสาเหตุ เช่น

 

แรงจูงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ เราใช้การผัดวันประกันพรุ่งรูปแบบนี้ก็เพราะเชื่อว่า ยิ่งใกล้หมดเวลา เรายิ่งมีแรงกระตุ้นที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้นให้เสร็จ เหมือนเราใช้กำหนดเวลาเป็นตัวผลักดันให้ทำสิ่งนั้นให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด

 

การรับรู้ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ต้องทำ ลองนึกถึงสถานการณ์เมื่อเรานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อจะเริ่มพิมพ์งาน หรือ กำลังมองหนังสือที่เรากำลังจะอ่าน เราอาจจะรู้สึกเบื่อ เหนื่อย ไม่อยากทำ เรารับรู้ความรู้สึกนั้นและไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้น เราจึงเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นก่อนเพื่อให้หลุดออกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยลืมคิดไปว่า สุดท้ายแล้วหากงานไม่เสร็จ หรือ อ่านหนังสือไม่จบ จะเกิดอะไรขึ้นและเราจะรู้สึกอย่างไร

 

ความสามารถในการจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อนาคตคือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น การคิดถึงอนาคตจึงเป็นเพียงการจินตนาการว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการผัดวันประกันพรุ่งรุนแรงน้อยกว่าความเป็นจริง เช่น ความเครียดที่เกิดขึ้นจากกำหนดเวลาที่ใกล้เข้ามา หรือ ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นเพราะพลาดโอกาสบางอย่างจากการไม่ตัดสินใจ เป็นต้น เราอาจไม่ทันคิดว่าเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาส่งงานเราจะเครียดได้มากขนาดไหน จึงทำให้เราตัดสินใจที่จะเลื่อนสิ่งที่จำเป็นต้องทำออกไปเพราะเราประเมินว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่น่ากังวล

 

การประเมินเวลาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เราอาจไม่ได้มีความสามารถในการประเมินเวลาที่ใช้แม่นยำมากนัก ไม่ว่าจะในรูปแบบของการประเมินเวลาที่ใช้น้อยกว่าความเป็นจริงหรือมากกว่าความเป็นจริง เมื่อเราประเมินว่าสิ่งที่เราต้องทำนั้นใช้เวลาน้อยกว่าความเป็นจริง เราก็จะคิดว่า “น่าจะมีเวลาพอแหละที่จะทำให้เสร็จ” “ก็เหลืออีกไม่กี่หน้านะที่ต้องอ่าน ทันแหละ…” ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะเลื่อนสิ่งนั้นออกไปเพราะคิดว่า “เดี๋ยวค่อยทำ… ยังไงก็ทัน” ในทางตรงกันข้าม หากเราประเมินว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นใช้เวลามากเหลือเกิน เราก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการทำสิ่งนั้นออกไปเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากตกอยู่ในความเครียด ความเหนื่อย หรือ ความเบื่อ นานขนาดนั้น

 

รอเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือ เวลาที่เราจะรู้สึกพร้อม ไม่เหนื่อย เต็มไปด้วยพลัง ดังนั้นเมื่อต้องทำอะไรบางอย่างด้วยความไม่พร้อม เราจึงเริ่มคิดถึงการเลื่อนสิ่งนั้นออกไปก่อน ขอไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ตัวเองพร้อมกว่านี้ ซึ่งในความจริงแล้วช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกพร้อมและเต็มไปด้วยพลังนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้น้อยครั้ง หรือ อาจจะไม่มีอยู่จริง

 

 

ทำอย่างไรกับการผัดวันประกันพรุ่ง ???


 

 

  • สิ่งแรกที่สำคัญคือ หาสาเหตุว่า ทำไมเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง เพราะเราไม่มีแรงจูงใจ ? เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับความเครียด ? เพราะคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ? เพราะรู้สึกไม่พร้อม ? เพราะอะไร ? การที่เราสามารถบอกได้ว่าเราเลื่อนที่จะทำสิ่งนั้นออกไปเพราะอะไร จะช่วยให้สามารถแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น
  • สร้างตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) เพราะหลายครั้งเราทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความเคยชิน เช่นเดียวกันกับการผัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นหากเรารู้ตัวว่า “เราไม่อยากทำสิ่งนี้ เราอยากจะทำอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาทำสิ่งนี้ทีหลัง” หรือก็คือ เรารู้ตัวว่า กำลังจะตัดสินใจใช้การผัดวันประกันพรุ่งแล้ว… เราจะสามารถหยุดพฤติกรรมนั้นได้
  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เพราะเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้เรารู้สึกเครียดและประเมินสิ่งต่าง ๆ ไม่ตรงตามความเป็นจริง
  • เตือนตัวเองไว้เสมอว่า “เวลาที่เหมาะสม” ไม่มีอยู่จริง เพราะการรอให้ทุกอย่างพร้อมเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างนั้น อาจกลายเป็นว่า เรามัวแต่รอไปเรื่อย ๆ เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเราก็ต้องกลับมาเร่งตัวเองเพื่อให้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนด รู้สึกเครียดที่จะต้องเร่งตัวเอง และรู้สึกผิดที่มัวแต่รอเวลาที่เหมาะสม
  • วางตารางเวลาของตัวเองในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวัน การรู้ตารางเวลากิจวัตรประจำวันจะช่วยให้เราสามารถประเมินเวลาและพลังงานของเราในเบื้องต้นได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเราในแต่ละวัน และจะมีช่วงเวลาไหนบ้างที่เราจะสามารถพักเหนื่อย สร้างพลังให้กับตัวเอง เพื่อให้สามารถจัดการเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือไปจากกิจวัตรประจำวันของเราได้

 

สุดท้าย… หากเราได้ผัดวันประกันพรุ่งไปแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการตำหนิตัวเอง ขอให้เตือนตัวเองไว้ว่า การตำหนิตัวเองไม่ได้ช่วยให้เราหยุดการผัดวันประกันพรุ่งได้ แต่กลับเป็นการทำลายกำลังใจของตัวเอง

 

  • ดังนั้น หยุดตำหนิตัวเอง แล้วกลับมาหาสาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะปรับพฤติกรรมของตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่ตั้งใจโดยไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่ง

 

 

 

 

รายการอ้างอิง

 

Finch, H. (2020). The psychology of procrastination: Understand your habits, find motivation, and get things done. Rockridge Press: California.

 

 

 

 


 

 

บทความโดย

ผศ. ดร.จิรภัทร รวีภัทรกุล

อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ

 

ขอแสดงความยินดีกับ นิสิตปริญญาเอก แขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ ที่ได้รับทุน Erasmus+ Programme ประจำปีการศึกษา 2568

 

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับ ผศ.นฤมล เพ็ชรทิพย์ และ คุณศิวกร เสวตสมบูรณ์ นิสิตปริญญาเอก แขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ที่ได้รับทุน Erasmus+ Programme เพื่อไปแลกเปลี่ยน ณ University of Trento สาธารณรัฐอิตาลี ประจำปีการศึกษา 2568 ตั้งแต่ เดือนเมษายน ถึง กรกฎาคม 2569

คณะจิตวิทยาเข้าพบท่านอธิการบดี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2569

 

วันที่ 19 มกราคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบท่านอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร เพื่อขอพรปีใหม่เนื่องในโอกาสขึ้นปีพุทธศักราช 2569 โดยท่านอธิการได้ให้คำอวยพรที่เป็นสิริมงคลต่อคณะจิตวิทยา

 

 

 

 

 

Social So Chill – Monthly Live Talk 2025

 

Social So Chill – Monthly Live Talk

 

 

2568


 

 

Ep.01 – สัมผัสรักผ่านหน้าจอ: ด้อม ศิลปิน และความใกล้ชิดในยุคโซเชียล

วิทยากร: ผศ. ดร.หยกฟ้า อิศรานนท์ นัทธ์ชนัน สังฆรักษ์ และวรินธา วิจิตรวรศาสตร์ นิสิตระดับปริญญาตรี

 

Ep.02 – Psychologal safety – ความปลอดภัยทางจิตใจ

วิทยากร: ผศ. ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล

 

Ep.03 – Connecting Throuh Shared Emotions

วิทยากร: Dr. Adi Shaked

 

Ep.04 – Family Resilience: ครอบครัวไทยที่เข้มแข็งปรับตัวกับเหตุไม่คาดคิดอย่างไร

วิทยากร: ผศ. ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา และคุณกุณฑลีพร อมรชัยยาพิทักษ์ นิสิตระดับปริญญาเอก

 

Ep.05 – From Selling to Meaning: พลังของ Brand Purpose

วิทยากร: อาจารย์กุสุมา ลีลานราธิวัฒน์

 

Ep.06 – ความสุขคืออะไร? : องค์ความรู้และงานวิจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับความสุข

วิทยากร: ผศ. ดร.อภิชญา ไชยวุฒิกรณ์วานิช

 

 

 

 

กิจกรรมค่ายอนามัยชุมชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2568

 

วันที่ 16-18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาเครือข่ายนิสิตนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สโมสรนักศึกษาพยาบาล สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย และคณะกรรมการนิสิตคณะจิตวิทยา จัดกิจกรรมค่ายอนามัยชุมชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนบ้านหนองประโยชน์ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา
กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพ โดยนิสิตจากแต่ละคณะได้นำความรู้เฉพาะทางมาประยุกต์ใช้จริงในชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมจิตสาธารณะของผู้เข้าร่วมโครงการให้เป็นผู้ที่พร้อมรับใช้สังคมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

พิธีเปิดการประชุมวิชาการ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 หัวข้อ “Future Holistic Engagement”

 

วันที่ 14 มกราคม 2569 ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 หัวข้อ “Future Holistic Engagement” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 16 มกราคม 2569 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์ระหว่างภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศ และต่างประเทศ ผ่านกรณีศึกษาการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาแนวทางการบูรณาการด้านพันธกิจสัมพันธ์กับการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ กิจการนิสิต เพื่อใช้ในการพัฒนาสังคมและชุมชนประเทศไทย
ในการนี้ คณะจิตวิทยาได้ร่วมนำเสนอโครงการบริการวิชาการเพื่อชุมชน โครงการพัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์และลดความเครียด : ชุมชนบรรทัดทองและโรงเรียนวัดชัยมงคล ด้วย โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินร่วมกันระหว่าง คณะจิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในการเข้าไปทำกิจกรรมส่งเสริมทักษะการจัดการอารมณ์และลดความเครียด ให้แก่ครูและนักเรียนในโรงเรียนวัดชัยมงคล เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา

โครงการอบรมความรู้สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา ประจำปี 2567

 

โครงการอบรมความรู้สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา ประจำปี 2567

 

 

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม โครงการอบรมความรู้สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา ประจำปี 2567 โดย อบรมผ่านโปรแกรม ZOOM ระหว่างวันที่ 1–15 กรกฎาคม 2567 เวลา 18.00 – 21.00 น. รวมใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมง

 

อบรมและบรรยายโดย รองศาสตราจารย์ สักกพัฒน์ งามเอก Faculty of Psychology, Chulalongkorn University

 

โครงการอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยาให้แก่ผู้สนใจทั่วไป และเป็นการปรับพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในทฤษฏีทางสถิติที่ใช้ในการศึกษาวิจัยทางจิตวิทยา ให้แก่ผู้ที่กำลังจะเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยาให้แก่ผู้สนใจทั่วไป

 

เนื้อหาการอบรมจะมุ่งเน้นไปที่ พื้นฐานความรู้ด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัย และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ โดยคาดหวังว่าผู้ที่เข้ารับการอบรมจะมีความรู้ และความเข้าใจทฤษฎีทางสถิติศาสตร์เบื้องต้น โดยเฉพาะเนื้อหาในด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับงานวิจัย ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่านและอิทธิพลกำกับ เพื่อนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในการทำความเข้าใจ และสร้างผลงานวิจัยทางด้านจิตวิทยาในเชิงลึกต่อไปได้

 

 

หลังเสร็จสิ้นการอบรมผู้เข้าร่วมจะได้รับ เกียรติบัตรรับรองการเข้าร่วมอบรม (E-certificate) โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง (15 ชั่วโมง)

 

 

หัวข้อการฝึกอบรม

 

 

 

หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมแต่ละครั้ง ทางผู้จัดโครงการจะอัพโหลดไฟล์วิดีโอการอบรมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถเข้ามาดูย้อนหลังได้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2567 เวลา 23.59 น

 

 

อัตราค่าลงทะเบียน

 

 

*บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว

มีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ*

 

 

 

เงื่อนไขการลงทะเบียน

  1. กรุณาชำระค่าลงทะเบียนเข้าร่วมงานก่อนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน
  2. การส่งแบบฟอร์มลงทะเบียน จะต้องแนบหลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียนมาด้วย จึงจะถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์
  3. เมื่อผู้จัดงานได้ตรวจสอบการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งยืนยันการลงทะเบียนให้ทราบภายใน 3 วัน
  4. บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว สามารถเข้าร่วมการอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และมีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ
  5. ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์จะจัดส่งให้ทางอีเมล กรุณาตรวจสอบข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ และอีเมล
  6. เมื่อชำระเงินค่าลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ทุกกรณี

     

    —————————————– ปิดรับสมัครแล้ว ———————————————-

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาทินี สนลอย โทร. 02-218-1307 หรือ email: Wathinee.s@chula.ac.th

 

งานวันเด็กกลางสยาม “Chula Adventure World”

 

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานวันเด็กกลางสยามสุดยิ่งใหญ่ “Chula Adventure World” จัดโดย PMCU นำ 12 ฐานทัพอาชีพในฝัน จากคณะต่าง ๆ ร่วมกับ ช่อง 7HD และ TOA ชวนเด็ก ๆ มาผจญภัยเรียนรู้นอกห้องเรียน ณ Siam Square Walking Street
ในช่วงการเปิดงานนั้นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้เข้าร่วมพิธิเปิดงาน โดย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์ ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความฝันสำหรับเด็กและเยาวชนไทย ผ่านความสำเร็จของงาน ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ยุทธศาสตร์ใจกลางเมือง ให้กลายเป็นลานกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิดการผจญภัยเพื่อค้นหาตัวตน เปิดโอกาสให้เยาวชนได้จำลองบทบาทและสัมผัสประสบการณ์ในสายอาชีพที่ใฝ่ฝัน ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการและการแนะแนวจากคณะวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปูพื้นฐานสู่อนาคต
โดยภายในงานนี้คณะจิตวิทยา ได้ยกกิจกรรมจาก 3 ศูนย์บริการวิชาชีพ ของคณะ ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness), ศูนย์จิตวิทยาเพื่อประสิทธิภาพองค์กร Psych-CEO และ Life Di ศูนย์จิตวิทยาพัฒนาการและความสัมพันธ์ระหว่างวัย จุฬาฯ มาให้ความรู้ และความสนุกสนานกับเด็ก ๆ ภายในงาน