News & Events

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5

 

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5 โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ

Learning Emotionally Focused Couple Therapy (EFT): An Introduction to Comprehensive Theory, Basic Skills, and a Step-by-Step Process

 

การอบรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน ทักษะที่สำคัญและกระบวนการตามแนวคิด Emotionally Focused Couple Therapy (EFT) เหมาะสำหรับนักจิตวิทยา หรือผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิต จัดโดย ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness) คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

วันที่ 07-09 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 – 16.30 น.
ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

วิทยากร

 

รับจำนวนจำกัด 25 ท่าน เท่านั้น

 

ลงทะเบียนทาง: https://forms.gle/TU3Xb1aG7YVL6WkB8
หนังสือเชิญ:

 

 

เนื้อหาการอบรม
  • แนวคิดและทฤษฎีจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • ทักษะที่สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงาน จิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • กระบวนการและกลไกของจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)
  • ขั้นตอนจิตบำบัดแบบการมุ่งเน้นทางอารมณ์สำหรับคู่รัก (Emotionally Focused Couple Therapy)

 

อัตราค่าลงทะเบียน
  • 8,500 บาท (อัตราค่าลงทะเบียนนี้ รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารการอบรมและประกาศนียบัตรสำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 80% ของเนื้อหา)

 

*การยกเลิกการลงทะเบียน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าลงทะเบียนทุกกรณี*

 

 

 

 

ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบอร์โทรศัพท์โครงการ : 092-268-2385
อีเมล : psychulaworkshop@gmail.com

เลื่อนไปเรื่อย ๆ ไม่เสร็จเสียที… ทำอย่างไรดีกับการผัดวันประกันพรุ่ง

 

  • “อีกแป็บนึง..”
  • “เดี๋ยวค่อยทำละกัน…”
  • “ไว้ทีหลังละกันนะ…”
  • “เดี๋ยวค่อยคิด…”

 

หลายคนคงเคยพูดประโยคเหล่านี้กันมาบ้าง บางครั้งเราใช้ประโยคเหล่านี้เพราะเราอาจจะกำลังยุ่งกับเรื่องหลายเรื่อง และบางครั้งเราก็จะใช้ประโยคเหล่านี้เพียงเพราะเรายังไม่อยากจะทำงานที่เราต้องทำ ไม่อยากจะอ่านหนังสือที่จำเป็นต้องอ่านเพื่อทำรายงาน หรือแม้แต่ไม่อยากตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องเพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น ๆ

 

เหตุการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า “การผัดวันประกันพรุ่ง” (Procrastination) หรือ การที่เราเลื่อนการทำอะไรบางอย่างหรือแม้แต่เลื่อนการตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าความสามารถของเราที่จะทำได้ และเราก็รู้อยู่แล้วว่า การเลื่อนที่จะทำสิ่งเหล่านั้นออกไปอาจจะส่งผลเสียต่อเราในภายหลังได้ อย่างเช่นว่า สุดท้ายแล้วงานชิ้นนั้นก็ไม่เสร็จเสียที จนอาจทำให้เราไม่สามารถส่งงานได้ทันตามกำหนด

 

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่งกันก่อน

 

 

 

ธรรมชาติของมนุษย์


 

 

เราทุกคนมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ในตัวเองอยู่แล้วไม่มากก็น้อย เนื่องจากเรามีพลังงานและเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน ดังนั้นเรื่องบางเรื่องหรืองานบางงานที่เราตั้งใจจะทำ มันก็อาจจะถูกเลื่อนออกไปก่อน เพราะเราหมดแรงหรือไม่มีเวลาพอที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จได้ เราสามารถผัดวันประกันพรุ่งได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กขนาดไหน

 

การผัดวันประกันพรุ่ง มี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

 

  1. การผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจ (Passive procrastination)

    เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเราเองตัดสินใจแล้วว่าจะทำสิ่ง ๆ นั้นให้เสร็จ แต่เราก็หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการลงมือทำสิ่งนั้นออกไป จนสุดท้ายแล้วก็ไม่ลงมือทำเสียที เช่น เราอาจจะคิดว่า “เดี๋ยวเราจะเริ่มพิมพ์รายงานหลังจากที่เราล้างจานเสร็จ” แต่เมื่อล้างจานเสร็จ เราก็มีความคิดใหม่ว่า “ขอถูบ้านก่อนละกัน เดี๋ยวถูบ้านเสร็จจะเริ่มทำรายงานละ” แล้วก็มีเรื่องอื่น ๆ ให้ทำขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำรายงานเสียที ผลสุดท้ายสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาจากการผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจคือ “ความรู้สึกผิด” ที่ไม่ลงมือทำสิ่งนั้น จนสุดท้ายอาจทำให้เสียโอกาสบางอย่างไป

  2. การผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ (Active procrastination)

    เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเรามีการ วางแผน และตั้งใจที่จะเลื่อนการทำสิ่ง ๆ นั้นออกไป การผัดวันประกันพรุ่งในรูปแบบนี้มักจะเกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า “การทำงานภายใต้แรงกดดันของเวลาจะทำให้เราทำงานได้ดีที่สุด” สำหรับบางคนความเชื่อนี้อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ก็ไม่เสมอไป ถึงแม้เราจะพบว่า เราสามารถทำงานได้ดีภายใต้แรงกดดันของเวลา แต่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เราทำสิ่งนั้นเสร็จคือ ความรู้สึกของการเป็นเหยื่อจากการผัดวันประกันพรุ่ง เช่น ความรู้สึกเหนื่อยจากการที่ต้องรีบและทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับสิ่งเดียวเพื่อให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด หรือ การมีความคิดว่า “หากมีเวลามากกว่านี้ ก็คงไม่ต้องรีบและเหนื่อยขนาดนี้”

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว การผัดวันประกันพรุ่งมักเกิดขึ้นในลักษณะของการที่เราเลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญน้อยกว่าก่อน โดยเลื่อนสิ่งที่เป็นเรื่องที่สำคัญออกไป

 

และเมื่อเราเลื่อนสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไป เราก็มักจะบอกกับตัวเองว่า “เราก็ทำบางอย่างเสร็จเหมือนกันนะ (ถึงแม้จะสำคัญน้อยกว่าเรื่องที่ควรจะทำก็ตาม) ดังนั้นการที่เราเลือกจะไม่ทำสิ่งนี้แล้วไปทำสิ่งอื่นก่อน ก็ไม่แย่นะ… เพราะเราก็ทำสิ่งที่เราเลือกเสร็จไง !!!” แต่ถ้าลองพิจารณาให้ดี ก็จะรู้ว่า ในความเป็นจริงแล้วเรากำลังผัดวันประกันพรุ่ง โดยเลือกทำในสิ่งที่ไม่สำคัญ (และบางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำในเวลานั้น) หรือ มีความสำคัญน้อยกว่า และเลือกที่จะไม่ทำสิ่งที่จริง ๆ แล้วควรจะทำให้เสร็จในตอนนี้

 

บ่อยครั้งในการผัดวันประกันพรุ่ง กิจกรรมที่เราเลือกทำมักจะเป็นกิจกรรมที่เราชอบ หรือสร้างความสุขให้กับเรา ซึ่งหากดูเผิน ๆ สิ่งนี้ก็น่าจะดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยสร้างความสุข ความผ่อนคลายให้กับเราได้ แต่… สุดท้ายแล้ว เมื่อต้องกลับมาทำสิ่งที่เราเคยเลื่อนมันออกไปให้เสร็จ การผัดวันประกันพรุ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เราเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง (Self-criticism) หรือทำให้เรารู้สึกเครียด รู้สึกเศร้า หรือ รู้สึกแย่กับตัวเองได้

 

 

ทำไมเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง ???


 

 

สาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่งมีอยู่หลากหลายสาเหตุ เช่น

 

แรงจูงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ เราใช้การผัดวันประกันพรุ่งรูปแบบนี้ก็เพราะเชื่อว่า ยิ่งใกล้หมดเวลา เรายิ่งมีแรงกระตุ้นที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้นให้เสร็จ เหมือนเราใช้กำหนดเวลาเป็นตัวผลักดันให้ทำสิ่งนั้นให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด

 

การรับรู้ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ต้องทำ ลองนึกถึงสถานการณ์เมื่อเรานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อจะเริ่มพิมพ์งาน หรือ กำลังมองหนังสือที่เรากำลังจะอ่าน เราอาจจะรู้สึกเบื่อ เหนื่อย ไม่อยากทำ เรารับรู้ความรู้สึกนั้นและไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้น เราจึงเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นก่อนเพื่อให้หลุดออกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยลืมคิดไปว่า สุดท้ายแล้วหากงานไม่เสร็จ หรือ อ่านหนังสือไม่จบ จะเกิดอะไรขึ้นและเราจะรู้สึกอย่างไร

 

ความสามารถในการจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อนาคตคือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น การคิดถึงอนาคตจึงเป็นเพียงการจินตนาการว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการผัดวันประกันพรุ่งรุนแรงน้อยกว่าความเป็นจริง เช่น ความเครียดที่เกิดขึ้นจากกำหนดเวลาที่ใกล้เข้ามา หรือ ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นเพราะพลาดโอกาสบางอย่างจากการไม่ตัดสินใจ เป็นต้น เราอาจไม่ทันคิดว่าเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาส่งงานเราจะเครียดได้มากขนาดไหน จึงทำให้เราตัดสินใจที่จะเลื่อนสิ่งที่จำเป็นต้องทำออกไปเพราะเราประเมินว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่น่ากังวล

 

การประเมินเวลาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เราอาจไม่ได้มีความสามารถในการประเมินเวลาที่ใช้แม่นยำมากนัก ไม่ว่าจะในรูปแบบของการประเมินเวลาที่ใช้น้อยกว่าความเป็นจริงหรือมากกว่าความเป็นจริง เมื่อเราประเมินว่าสิ่งที่เราต้องทำนั้นใช้เวลาน้อยกว่าความเป็นจริง เราก็จะคิดว่า “น่าจะมีเวลาพอแหละที่จะทำให้เสร็จ” “ก็เหลืออีกไม่กี่หน้านะที่ต้องอ่าน ทันแหละ…” ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะเลื่อนสิ่งนั้นออกไปเพราะคิดว่า “เดี๋ยวค่อยทำ… ยังไงก็ทัน” ในทางตรงกันข้าม หากเราประเมินว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นใช้เวลามากเหลือเกิน เราก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการทำสิ่งนั้นออกไปเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากตกอยู่ในความเครียด ความเหนื่อย หรือ ความเบื่อ นานขนาดนั้น

 

รอเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือ เวลาที่เราจะรู้สึกพร้อม ไม่เหนื่อย เต็มไปด้วยพลัง ดังนั้นเมื่อต้องทำอะไรบางอย่างด้วยความไม่พร้อม เราจึงเริ่มคิดถึงการเลื่อนสิ่งนั้นออกไปก่อน ขอไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ตัวเองพร้อมกว่านี้ ซึ่งในความจริงแล้วช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกพร้อมและเต็มไปด้วยพลังนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้น้อยครั้ง หรือ อาจจะไม่มีอยู่จริง

 

 

ทำอย่างไรกับการผัดวันประกันพรุ่ง ???


 

 

  • สิ่งแรกที่สำคัญคือ หาสาเหตุว่า ทำไมเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง เพราะเราไม่มีแรงจูงใจ ? เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับความเครียด ? เพราะคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ? เพราะรู้สึกไม่พร้อม ? เพราะอะไร ? การที่เราสามารถบอกได้ว่าเราเลื่อนที่จะทำสิ่งนั้นออกไปเพราะอะไร จะช่วยให้สามารถแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น
  • สร้างตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) เพราะหลายครั้งเราทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความเคยชิน เช่นเดียวกันกับการผัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นหากเรารู้ตัวว่า “เราไม่อยากทำสิ่งนี้ เราอยากจะทำอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาทำสิ่งนี้ทีหลัง” หรือก็คือ เรารู้ตัวว่า กำลังจะตัดสินใจใช้การผัดวันประกันพรุ่งแล้ว… เราจะสามารถหยุดพฤติกรรมนั้นได้
  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เพราะเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้เรารู้สึกเครียดและประเมินสิ่งต่าง ๆ ไม่ตรงตามความเป็นจริง
  • เตือนตัวเองไว้เสมอว่า “เวลาที่เหมาะสม” ไม่มีอยู่จริง เพราะการรอให้ทุกอย่างพร้อมเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างนั้น อาจกลายเป็นว่า เรามัวแต่รอไปเรื่อย ๆ เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเราก็ต้องกลับมาเร่งตัวเองเพื่อให้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนด รู้สึกเครียดที่จะต้องเร่งตัวเอง และรู้สึกผิดที่มัวแต่รอเวลาที่เหมาะสม
  • วางตารางเวลาของตัวเองในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวัน การรู้ตารางเวลากิจวัตรประจำวันจะช่วยให้เราสามารถประเมินเวลาและพลังงานของเราในเบื้องต้นได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเราในแต่ละวัน และจะมีช่วงเวลาไหนบ้างที่เราจะสามารถพักเหนื่อย สร้างพลังให้กับตัวเอง เพื่อให้สามารถจัดการเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือไปจากกิจวัตรประจำวันของเราได้

 

สุดท้าย… หากเราได้ผัดวันประกันพรุ่งไปแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการตำหนิตัวเอง ขอให้เตือนตัวเองไว้ว่า การตำหนิตัวเองไม่ได้ช่วยให้เราหยุดการผัดวันประกันพรุ่งได้ แต่กลับเป็นการทำลายกำลังใจของตัวเอง

 

  • ดังนั้น หยุดตำหนิตัวเอง แล้วกลับมาหาสาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะปรับพฤติกรรมของตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่ตั้งใจโดยไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่ง

 

 

 

 

รายการอ้างอิง

 

Finch, H. (2020). The psychology of procrastination: Understand your habits, find motivation, and get things done. Rockridge Press: California.

 

 

 

 


 

 

บทความโดย

ผศ. ดร.จิรภัทร รวีภัทรกุล

อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ

 

ขอแสดงความยินดีกับ นิสิตปริญญาเอก แขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ ที่ได้รับทุน Erasmus+ Programme ประจำปีการศึกษา 2568

 

คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับ ผศ.นฤมล เพ็ชรทิพย์ และ คุณศิวกร เสวตสมบูรณ์ นิสิตปริญญาเอก แขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ที่ได้รับทุน Erasmus+ Programme เพื่อไปแลกเปลี่ยน ณ University of Trento สาธารณรัฐอิตาลี ประจำปีการศึกษา 2568 ตั้งแต่ เดือนเมษายน ถึง กรกฎาคม 2569

คณะจิตวิทยาเข้าพบท่านอธิการบดี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2569

 

วันที่ 19 มกราคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบท่านอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร เพื่อขอพรปีใหม่เนื่องในโอกาสขึ้นปีพุทธศักราช 2569 โดยท่านอธิการได้ให้คำอวยพรที่เป็นสิริมงคลต่อคณะจิตวิทยา

 

 

 

 

 

Social So Chill – Monthly Live Talk 2025

 

Social So Chill – Monthly Live Talk

 

 

2568


 

 

Ep.01 – สัมผัสรักผ่านหน้าจอ: ด้อม ศิลปิน และความใกล้ชิดในยุคโซเชียล

วิทยากร: ผศ. ดร.หยกฟ้า อิศรานนท์ นัทธ์ชนัน สังฆรักษ์ และวรินธา วิจิตรวรศาสตร์ นิสิตระดับปริญญาตรี

 

Ep.02 – Psychologal safety – ความปลอดภัยทางจิตใจ

วิทยากร: ผศ. ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล

 

Ep.03 – Connecting Throuh Shared Emotions

วิทยากร: Dr. Adi Shaked

 

Ep.04 – Family Resilience: ครอบครัวไทยที่เข้มแข็งปรับตัวกับเหตุไม่คาดคิดอย่างไร

วิทยากร: ผศ. ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา และคุณกุณฑลีพร อมรชัยยาพิทักษ์ นิสิตระดับปริญญาเอก

 

Ep.05 – From Selling to Meaning: พลังของ Brand Purpose

วิทยากร: อาจารย์กุสุมา ลีลานราธิวัฒน์

 

Ep.06 – ความสุขคืออะไร? : องค์ความรู้และงานวิจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับความสุข

วิทยากร: ผศ. ดร.อภิชญา ไชยวุฒิกรณ์วานิช

 

 

 

 

กิจกรรมค่ายอนามัยชุมชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2568

 

วันที่ 16-18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาเครือข่ายนิสิตนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สโมสรนักศึกษาพยาบาล สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย และคณะกรรมการนิสิตคณะจิตวิทยา จัดกิจกรรมค่ายอนามัยชุมชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนบ้านหนองประโยชน์ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา
กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพ โดยนิสิตจากแต่ละคณะได้นำความรู้เฉพาะทางมาประยุกต์ใช้จริงในชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมจิตสาธารณะของผู้เข้าร่วมโครงการให้เป็นผู้ที่พร้อมรับใช้สังคมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

พิธีเปิดการประชุมวิชาการ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 หัวข้อ “Future Holistic Engagement”

 

วันที่ 14 มกราคม 2569 ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 หัวข้อ “Future Holistic Engagement” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 16 มกราคม 2569 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์ระหว่างภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศ และต่างประเทศ ผ่านกรณีศึกษาการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาแนวทางการบูรณาการด้านพันธกิจสัมพันธ์กับการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ กิจการนิสิต เพื่อใช้ในการพัฒนาสังคมและชุมชนประเทศไทย
ในการนี้ คณะจิตวิทยาได้ร่วมนำเสนอโครงการบริการวิชาการเพื่อชุมชน โครงการพัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์และลดความเครียด : ชุมชนบรรทัดทองและโรงเรียนวัดชัยมงคล ด้วย โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินร่วมกันระหว่าง คณะจิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในการเข้าไปทำกิจกรรมส่งเสริมทักษะการจัดการอารมณ์และลดความเครียด ให้แก่ครูและนักเรียนในโรงเรียนวัดชัยมงคล เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา

โครงการอบรมความรู้สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา ประจำปี 2567

 

โครงการอบรมความรู้สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา ประจำปี 2567

 

 

 

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม โครงการอบรมความรู้สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยา ประจำปี 2567 โดย อบรมผ่านโปรแกรม ZOOM ระหว่างวันที่ 1–15 กรกฎาคม 2567 เวลา 18.00 – 21.00 น. รวมใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมง

 

อบรมและบรรยายโดย รองศาสตราจารย์ สักกพัฒน์ งามเอก Faculty of Psychology, Chulalongkorn University

 

โครงการอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยาให้แก่ผู้สนใจทั่วไป และเป็นการปรับพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในทฤษฏีทางสถิติที่ใช้ในการศึกษาวิจัยทางจิตวิทยา ให้แก่ผู้ที่กำลังจะเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยทางจิตวิทยาให้แก่ผู้สนใจทั่วไป

 

เนื้อหาการอบรมจะมุ่งเน้นไปที่ พื้นฐานความรู้ด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัย และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ โดยคาดหวังว่าผู้ที่เข้ารับการอบรมจะมีความรู้ และความเข้าใจทฤษฎีทางสถิติศาสตร์เบื้องต้น โดยเฉพาะเนื้อหาในด้านสถิติเบื้องต้นสำหรับงานวิจัย ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่านและอิทธิพลกำกับ เพื่อนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในการทำความเข้าใจ และสร้างผลงานวิจัยทางด้านจิตวิทยาในเชิงลึกต่อไปได้

 

 

หลังเสร็จสิ้นการอบรมผู้เข้าร่วมจะได้รับ เกียรติบัตรรับรองการเข้าร่วมอบรม (E-certificate) โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง (15 ชั่วโมง)

 

 

หัวข้อการฝึกอบรม

 

 

 

หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมแต่ละครั้ง ทางผู้จัดโครงการจะอัพโหลดไฟล์วิดีโอการอบรมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถเข้ามาดูย้อนหลังได้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2567 เวลา 23.59 น

 

 

อัตราค่าลงทะเบียน

 

 

*บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว

มีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ*

 

 

 

เงื่อนไขการลงทะเบียน

  1. กรุณาชำระค่าลงทะเบียนเข้าร่วมงานก่อนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน
  2. การส่งแบบฟอร์มลงทะเบียน จะต้องแนบหลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียนมาด้วย จึงจะถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์
  3. เมื่อผู้จัดงานได้ตรวจสอบการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งยืนยันการลงทะเบียนให้ทราบภายใน 3 วัน
  4. บุคลากรของรัฐและหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว สามารถเข้าร่วมการอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และมีสิทธิเบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ
  5. ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์จะจัดส่งให้ทางอีเมล กรุณาตรวจสอบข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ และอีเมล
  6. เมื่อชำระเงินค่าลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ทุกกรณี

     

    —————————————– ปิดรับสมัครแล้ว ———————————————-

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาทินี สนลอย โทร. 02-218-1307 หรือ email: Wathinee.s@chula.ac.th

 

งานวันเด็กกลางสยาม “Chula Adventure World”

 

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานวันเด็กกลางสยามสุดยิ่งใหญ่ “Chula Adventure World” จัดโดย PMCU นำ 12 ฐานทัพอาชีพในฝัน จากคณะต่าง ๆ ร่วมกับ ช่อง 7HD และ TOA ชวนเด็ก ๆ มาผจญภัยเรียนรู้นอกห้องเรียน ณ Siam Square Walking Street
ในช่วงการเปิดงานนั้นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้เข้าร่วมพิธิเปิดงาน โดย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์ ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความฝันสำหรับเด็กและเยาวชนไทย ผ่านความสำเร็จของงาน ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ยุทธศาสตร์ใจกลางเมือง ให้กลายเป็นลานกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิดการผจญภัยเพื่อค้นหาตัวตน เปิดโอกาสให้เยาวชนได้จำลองบทบาทและสัมผัสประสบการณ์ในสายอาชีพที่ใฝ่ฝัน ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการและการแนะแนวจากคณะวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปูพื้นฐานสู่อนาคต
โดยภายในงานนี้คณะจิตวิทยา ได้ยกกิจกรรมจาก 3 ศูนย์บริการวิชาชีพ ของคณะ ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness), ศูนย์จิตวิทยาเพื่อประสิทธิภาพองค์กร Psych-CEO และ Life Di ศูนย์จิตวิทยาพัฒนาการและความสัมพันธ์ระหว่างวัย จุฬาฯ มาให้ความรู้ และความสนุกสนานกับเด็ก ๆ ภายในงาน

Announcement: High Achieving PhD Student Scholarship Guidelines, Fiscal Year 2026

 

Announcement

Faculty of Psychology, Chulalongkorn University

 

High Achieving PhD Student Scholarship Guidelines, Fiscal Year 2026

 

 

The Faculty of Psychology, Chulalongkorn University has allotted a budget for a scholarship for PhD students to attract applicants with high academic and research abilities, and create high-quality academic works and research with our faculty members.

In accordance to Section 34 of the Chulalongkorn University Statute 2008 and the approval of the 21/2024 Faculty of Psychology’s management committee meeting on 6 November 2024, the details of the scholarship are as follows.

 

 

1. 1. This announcement is called “Announcement Faculty of Psychology, Chulalongkorn University High Achieving PhD Student Scholarship Guidelines, Fiscal Year 2025”

 

 

2. 2. This announcement is in effect starting from the date of announcement.

 

 

3. Eligible Applicants

 

3.1 Educational qualification must be one of the following;

3.1.1 Completed a Bachelor’s degree or Master’s degree program OR

3.1.2 Currently studying in the final year of a Bachelor’s degree of Master’s degree program OR

3.1.3 A Master’s degree student of the Faculty of Psychology, Chulalongkorn University who has passed the PhD Qualification Exam and has been elevated to PhD level within the academic year of 2025.

 

3.2 Has a cumulative GPA of no less than 3.50 on the date of application and on graduation

 

3.3 Must have an English proficiency store of either 75 or above for CU-TEP OR 550 or above for TOEFL OR 6.5 or above for IELTS OR has graduated or is currently graduating from a program which uses English and the mode of instruction.

 

3.4 Applicants must have a dissertation proposal with no less than 1,000-1,500 words.

 

3.5 Applicants must have a faculty member at the Faculty of Psychology, Chulalongkorn University agree to be their academic advisor according to the form.

 

 

4. Eligible Recipients

 

4.1 Must have met the requirements stated in No 3. AND

4.2 Must have been given approval by the program committee that the applicant is applying to AND

4.3 Must have passed admission into a PhD program of the Faculty of Psychology in the academic year of 2026

 

 

5. Conditions of the Scholarship

 

5.1 Recipients who receive the scholarship before their dissertation proposal exam must act as an academic or research assistant of their academic advisor for 20 hours a week for the duration of the scholarship (The advisor must include the student’s name in their publications).

 

5.2 Recipients who receive the scholarship after their dissertation proposal exam must act as an academic or research assistant of their academic advisor for 10 hours a week and must have at least one research paper published or waiting to be published within 1 year after the date of graduation with the following requirements.

 

(1) (1) The research paper must be published in an international journal recognised by ISI/SCOPUS with a journal quartile score of 2 or higher according to the latest ranking by the Journal Citation Report – Clarivate Analytics (JCR) or Scimago Journal & country (SJR))

 

(2) In the published paper, the first author listed must be the scholarship recipient student, the academic advisor as the corresponding author, and stated as affiliated with the Faculty of Psychology, Chulalongkorn University.

 

5.3 Recipients must report their academic, dissertation, and research progress to the program committee via their academic advisor to receive their approval to continue receiving the scholarship in the next semester.

 

5.4 Recipients must report their scholarship in their acknowledgements section as follows

 

Acknowledgements in the dissertation must say “My sincere gratitude to the Faculty of Psychology, Chulalongkorn University for the scholarship which has benefitted and has been an important factor in helping me complete this research smoothly.”

 

Acknowledgements in any published works must say “This article is a part of a research regarding ……………………… which has been supported via scholarship by the Faculty of Psychology, Chulalongkorn University.”

 

 

6. Number of Scholarships and Duration

 

6.1 Three Scholarships will be allocated for students who have not yet passed their dissertation proposal exam and each program will receive 1 scholarship with a maximum duration of 4 semesters.

    • University Tuition Fee 35,000 Baht per semester
    • Program Fee 50,000 Baht per semester

Recipients can register for Graduate-level courses while studying in a Bachelor’s degree program without additional fees

 

6.2 Three Scholarships will be allocated for students who have passed their dissertation proposal exam and students can apply for the scholarship in the semester following the proposal exam with a maximum duration of 2 semesters.

    • University Tuition Fee 35,000 Baht per semester

 

 

7. Suspension of Scholarship

The Faculty of Psychology will suspend scholarships in accordance to the following.

 

7.1 Termination of student status

 

7.2 Academic dishonesty

 

7.3 During leave

 

7.4 Recipients are unable to meet the requirements of No. 5

 

7.5 The Faculty of Psychology has seen fit to suspend

 

 

8. Application Process

Students can contact the academic department, Faculty of Psychology from the date of the announcement until 28 February 2025

 

 

Announced on 9 January 2026

(Assistant Professor Dr. Natthasuda Taephant)

Dean of the Faculty of Psychology

 

 

Announcement – High Potential Doctoral Student Scholarship 2025

 

 


 

 

 

High Potential Doctoral Student Scholarship Application Form 2025