เรากำลังมู…หรือกำลังยกชีวิตให้ ‘ดวง’ ตัดสิน?

25 Mar 2026

ผศ. ดร.หยกฟ้า อิศรานนท์

 

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่มักเริ่มต้นวันด้วยการเปิดแอปดูดวง เช็กไพ่ หรืออ่านคำทำนายประจำวัน ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ? สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นเรื่องปกติที่เรามักทำหรือเห็นคนอื่นทำกันในชีวิตประจำวัน แล้วก็ไม่ได้รู้สึกขัดหูขัดตาแต่อย่างใด บางคนแวะไหว้พระก่อนสัมภาษณ์งาน บางคนพกเครื่องรางที่เคยได้ผลจากครั้งก่อน เพราะเรื่องเล่าความสำเร็จหลังการมูเตลูมักถูกแชร์ซ้ำ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง จนทำให้คำว่า “มูเตลู” กลายเป็นทั้งพฤติกรรมและวัฒนธรรมร่วมสมัยในสังคมไทยไปแล้ว

 

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า ความเชื่อนี้มันจริงหรือไม่ หากแต่เป็นว่า ความเชื่อนี้มันกำลังหล่อหลอมวิธีที่เรามองการควบคุมชีวิตอย่างไร?

 

แนวคิดเรื่อง การรับรู้แหล่งอำนาจการควบคุม หรือ locus of control อธิบายว่าบุคคลตีความสาเหตุของผลลัพธ์ในชีวิตในมิติที่แตกต่างกัน บุคคลบางกลุ่มเชื่อว่าผลลัพธ์เกิดจากความพยายามและการตัดสินใจของตน (internal locus of control) ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมองว่าผลลัพธ์ถูกกำหนดโดยโชค โอกาส หรือปัจจัยภายนอกที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ (external locus of control) ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับพฤติกรรม การตัดสินใจ และสุขภาวะทางจิตในระยะยาวอย่างไม่น่าเชื่อ

 

หลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การรับรู้ว่าตนเองสามารถควบคุมชีวิตได้ มีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ในหลายมิติ เช่น งานของ Botha และ Dahmann (2023) พบว่าบุคคลที่มีแนวโน้มรับรู้การควบคุมจากภายในสูง มีความสามารถในการกำกับตนเองดีกว่า เลือกพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพมากกว่า และมีผลลัพธ์ด้านสุขภาพโดยรวมที่ดีกว่า นอกจากนี้ การรับรู้การควบคุมจากภายในยังเสริมให้ความพยายามของบุคคลส่งผลได้จริง กล่าวคือ เมื่อเชื่อว่าการกระทำของตนมีความหมาย ความพยายามใดๆ ย่อมนำถูกไปใช้อย่างมีทิศทางและต่อเนื่อง จนส่งผลสำเร็จได้จริง

 

ในทางตรงกันข้าม งานวิจัยจำนวนหนึ่งก็ให้ความสำคัญกับความเชื่อที่ว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโชคหรือดวง เช่น Li และคณะ (2025) พบว่าการรับรู้การควบคุมจากภายนอกสูง มีความสัมพันธ์กับระดับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าที่สูงขึ้น ขณะที่ Guerrero Castillo และคณะ (2026) ก็พบผลในทิศทางเดียวกันว่า เมื่อบุคคลรู้สึกว่าตนไม่สามารถกำหนดผลลัพธ์ได้ ความไม่แน่นอนย่อมแปรเปลี่ยนเป็นความกังวล และอาจนำไปสู่ความรู้สึกไร้อำนาจในระยะยาวได้

 

 

ทว่า การอธิบายมูเตลูว่าเป็นเพียง external locus of control อาจลดทอนความซับซ้อนของตัวแปรดังกล่าว เพราะงานของ Damisch, Stoberock และ Mussweiler (2010) สะท้อนให้เห็นว่า เครื่องรางนำโชคก็สามารถเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเองและปรับปรุงผลการปฏิบัติงานของบุคคลได้ โดยผลดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในระดับความคาดหวังและการรับรู้ความสามารถของตนเอง ซึ่งส่งผลต่อการลงมือทำโดยตรง กล่าวคือ มูเตลูอาจทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางใจที่ช่วยให้บุคคลรู้สึกว่า ตนเองยังสามารถทำอะไรบางอย่างได้ แม้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

 

ประเด็นที่ควรพิจารณาอย่างจริงจังในบริบทไทย คือ อิทธิพลของสื่อต่อการก่อรูปของ locus of control ในชีวิตประจำวัน สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและไลฟ์สตรีม ที่ทำให้การดูดวง การไหว้พระ หรือการรีวิวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นเนื้อหาที่เข้าถึงได้ตลอดเวลาและถูกย้ำซ้ำผ่านอัลกอริทึม ตัวอย่างที่พบได้ชัดในสังคมไทย ได้แก่ คอนเทนต์ไลฟ์เปิดไพ่รายวันบนแพลตฟอร์มยอดนิยม การรีวิวสายมู ที่เล่าเรื่องความสำเร็จหลังไปขอพร หรือการแชร์พิกัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พร้อมคำบอกเล่าที่มีลักษณะเป็นเรื่องเล่าเชิงประสบการณ์ เนื้อหาเหล่านี้มักคัดเลือกเฉพาะผลลัพธ์เชิงบวกและถูกขยายการมองเห็นอย่างต่อเนื่อง จนก่อให้เกิดภาพจำว่าการมูเตลูนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ

 

ในเชิงจิตวิทยาสื่อ ปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ทางสังคมของ Bandura ที่ชี้ว่าบุคคลเรียนรู้ผ่านการสังเกตแบบอย่าง และการเสริมแรงทางอ้อม อีกทั้งสื่อเองยังสามารถหล่อหลอมการรับรู้ความเป็นจริงของผู้รับสารเมื่อได้รับการสัมผัสซ้ำอย่างต่อเนื่องอีกด้วย นอกจากนี้ งานวิจัยระยะหลังยังชี้ให้เห็นว่า การได้รับข้อมูลที่สอดคล้องกันซ้ำ ๆ สามารถเสริมความเชื่อเดิมและลดการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ได้ (Guess et al., 2019) เมื่อผนวกเข้ากับบริบทวัฒนธรรมไทยที่เปิดรับความเชื่อและให้คุณค่ากับประสบการณ์ส่วนบุคคล สื่อจึงมิได้เป็นเพียงตัวสะท้อน แต่เป็นตัวเร่งที่ทำให้การอธิบายผลลัพธ์ด้วยปัจจัยภายนอกกลายเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับสื่อดิจิทัล

 

อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของสื่อมิได้มีเพียงด้านเดียว ในบางกรณี สื่อสามารถแปลความความเชื่อให้กลายเป็นพลังภายในจิตใจได้ เช่น การนำเสนอเนื้อหาที่เชื่อมโยงความเชื่อกับการลงมือทำ การตั้งเป้าหมาย และการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ซึ่งช่วยรักษาสมดุลระหว่างการรับรู้การควบคุมจากภายนอกและภายใน ด้วยเหตุนี้ มูเตลูจึงอาจทำหน้าที่สองด้านไปพร้อม ๆ กัน ด้านหนึ่งคือการเป็นแรงเสริมทางจิตที่ช่วยลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจ อีกด้านหนึ่ง หากความเชื่อนี้นำไปสู่การถ่ายโอนอำนาจการควบคุมออกจากตนเอง ไปยังปัจจัยภายนอกมากเกินไป ก็อาจบั่นทอนความรู้สึกเป็นเจ้าของชีวิตและเพิ่มความเสี่ยงต่อความรู้สึกไร้อำนาจ

 

 

ประเด็นสำคัญจึงมิได้อยู่ที่การตัดสินว่ามูเตลูเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด หากแต่อยู่ที่วิธีที่บุคคลจัดการความเชื่อนั้นไว้ในระบบการรับรู้ของตน ความเชื่อเดียวกันอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลยังคงรับรู้ว่าตนมีบทบาทในการกำหนดชีวิตอยู่เพียงใด เพราะในสังคมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความต้องการจะควบคุมหรืออย่างน้อยรู้สึกว่าควบคุมได้ของมนุษย์อย่างเรา ๆ ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ มูเตลูจึงอาจเป็นคำตอบหนึ่งต่อความไม่แน่นอนนั้น คำถามที่ควรถูกตั้งไว้เสมอคือ ภายใต้ความเชื่อนั้น เรายังคงเห็นตนเองเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดชีวิตอยู่หรือไม่ต่างหากค่ะ

 

 

 

รายการอ้างอิง

 

Bandura, A. (2001). Social cognitive theory of mass communication. Media Psychology, 3(3), 265–299.

 

Botha, F., & Dahmann, S. (2023). Locus of control, self-control, and health outcomes. SSM – Population Health.

 

Damisch, L., Stoberock, B., & Mussweiler, T. (2010). Keep your fingers crossed! How superstition improves performance. Psychological Science, 21(7), 1014–1020.

 

Guerrero Castillo, M., et al. (2026). Locus of control and its association with depression, anxiety, and stress. International Journal of Environmental Research and Public Health.

 

Guess, A. M., et al. (2019). Less than you think: Prevalence and predictors of fake news dissemination on Facebook. Science Advances, 5(1).

 

Li, W., et al. (2025). Health locus of control and mental health outcomes among college students. Scientific Reports.

 

 

 


 

 

บทความโดย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หยกฟ้า อิศรานนท์
รองคณบดี อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม และอาจารย์ประจำแขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์

 

Share this content