![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันที่ 29 มกราคม 2569 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนาห้องปฏิบัติการจิตวิทยา แขนงวิชาจิตวิทยาธุรกิจ คุณจิตวิทยา จุฬาฯ โดย ผศ. ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์จิตวิทยา และประธานแขนงวิชาจิตวิทยาธุรกิจ เป็นตัวแทนให้การต้อนรับและการบรรยาย
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับ นส.ณภัทร ตรีโชติ นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ที่ชื่อเสียงให้คณะและมหาวิทยาลัยด้านวิชาการ ดังนี้
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
คณะจิตวิทยาขอแสดงความยินดีกับนิสิตคณะจิตวิทยา ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระหว่างวันที่ 9 – 19 มกราคม 2569 และคว้าเหรียญรางวัล ดังนี้
(1) นายณฐภัทร โกแมน นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะจิตวิทยา ได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ในการแข่งขันกีฬาเรือพาย
![]() |
![]() |
![]() |

(2) นางสาวปรางค์ภัทรา จิรโพธิกุล คณะจิตวิทยา ชั้นปี 4 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน กีฬาเรือพาย ประเภทกรรเชียงบก ทีม 4 คน ทั่วไป ผสม 2,000 เมตร

เมื่อวันที่ 24-25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดกิจกรรม “ค่ายเจาะจิต ครั้งที่ 20” เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 95 คน ที่สนใจในด้านจิตวิทยาได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง โดยพี่ ๆ นิสิตทั้งภาคไทยและหลักสูตรนานาชาติ (JIPP) ได้นำความรู้ทางจิตวิทยามาประยุกต์เป็นกิจกรรมที่สนุกและเข้าใจง่าย เพื่อให้น้อง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง พร้อมทั้งเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในอนาคต



![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สำหรับนักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาการปรึกษา นักจิตบำบัดและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตที่มีความรู้เกี่ยวกับจิตบำบัด
วันที่ 20-21 มีนาคม 2569 เวลา 9.00-17.30 น. (รวมจำนวน 15 ชั่วโมง)
ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6,600 บาท | รับจำนวน 25 ที่นั่ง
รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการฝึกอบรม
ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบอร์โทรศัพท์โครงการ : 092-268-2385
อีเมล : psychulaworkshop@gmail.com

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจิตบำบัดแบบมุ่งเน้นอารมณ์สำหรับคู่รัก รุ่นที่ 5 โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ
การอบรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน ทักษะที่สำคัญและกระบวนการตามแนวคิด Emotionally Focused Couple Therapy (EFT) เหมาะสำหรับนักจิตวิทยา หรือผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิต จัดโดย ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness) คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ 07-09 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 – 16.30 น.
ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รับจำนวนจำกัด 25 ท่าน เท่านั้น
ลงทะเบียนทาง: https://forms.gle/TU3Xb1aG7YVL6WkB8
หนังสือเชิญ:
*การยกเลิกการลงทะเบียน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าลงทะเบียนทุกกรณี*

หลายคนคงเคยพูดประโยคเหล่านี้กันมาบ้าง บางครั้งเราใช้ประโยคเหล่านี้เพราะเราอาจจะกำลังยุ่งกับเรื่องหลายเรื่อง และบางครั้งเราก็จะใช้ประโยคเหล่านี้เพียงเพราะเรายังไม่อยากจะทำงานที่เราต้องทำ ไม่อยากจะอ่านหนังสือที่จำเป็นต้องอ่านเพื่อทำรายงาน หรือแม้แต่ไม่อยากตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องเพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น ๆ
เหตุการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า “การผัดวันประกันพรุ่ง” (Procrastination) หรือ การที่เราเลื่อนการทำอะไรบางอย่างหรือแม้แต่เลื่อนการตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าความสามารถของเราที่จะทำได้ และเราก็รู้อยู่แล้วว่า การเลื่อนที่จะทำสิ่งเหล่านั้นออกไปอาจจะส่งผลเสียต่อเราในภายหลังได้ อย่างเช่นว่า สุดท้ายแล้วงานชิ้นนั้นก็ไม่เสร็จเสียที จนอาจทำให้เราไม่สามารถส่งงานได้ทันตามกำหนด
ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่งกันก่อน
เราทุกคนมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ในตัวเองอยู่แล้วไม่มากก็น้อย เนื่องจากเรามีพลังงานและเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน ดังนั้นเรื่องบางเรื่องหรืองานบางงานที่เราตั้งใจจะทำ มันก็อาจจะถูกเลื่อนออกไปก่อน เพราะเราหมดแรงหรือไม่มีเวลาพอที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จได้ เราสามารถผัดวันประกันพรุ่งได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กขนาดไหน
การผัดวันประกันพรุ่ง มี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ
เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเราเองตัดสินใจแล้วว่าจะทำสิ่ง ๆ นั้นให้เสร็จ แต่เราก็หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการลงมือทำสิ่งนั้นออกไป จนสุดท้ายแล้วก็ไม่ลงมือทำเสียที เช่น เราอาจจะคิดว่า “เดี๋ยวเราจะเริ่มพิมพ์รายงานหลังจากที่เราล้างจานเสร็จ” แต่เมื่อล้างจานเสร็จ เราก็มีความคิดใหม่ว่า “ขอถูบ้านก่อนละกัน เดี๋ยวถูบ้านเสร็จจะเริ่มทำรายงานละ” แล้วก็มีเรื่องอื่น ๆ ให้ทำขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำรายงานเสียที ผลสุดท้ายสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาจากการผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่ตั้งใจคือ “ความรู้สึกผิด” ที่ไม่ลงมือทำสิ่งนั้น จนสุดท้ายอาจทำให้เสียโอกาสบางอย่างไป
เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่ตัวเรามีการ วางแผน และตั้งใจที่จะเลื่อนการทำสิ่ง ๆ นั้นออกไป การผัดวันประกันพรุ่งในรูปแบบนี้มักจะเกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า “การทำงานภายใต้แรงกดดันของเวลาจะทำให้เราทำงานได้ดีที่สุด” สำหรับบางคนความเชื่อนี้อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ก็ไม่เสมอไป ถึงแม้เราจะพบว่า เราสามารถทำงานได้ดีภายใต้แรงกดดันของเวลา แต่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เราทำสิ่งนั้นเสร็จคือ ความรู้สึกของการเป็นเหยื่อจากการผัดวันประกันพรุ่ง เช่น ความรู้สึกเหนื่อยจากการที่ต้องรีบและทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับสิ่งเดียวเพื่อให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด หรือ การมีความคิดว่า “หากมีเวลามากกว่านี้ ก็คงไม่ต้องรีบและเหนื่อยขนาดนี้”
โดยส่วนใหญ่แล้ว การผัดวันประกันพรุ่งมักเกิดขึ้นในลักษณะของการที่เราเลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญน้อยกว่าก่อน โดยเลื่อนสิ่งที่เป็นเรื่องที่สำคัญออกไป
และเมื่อเราเลื่อนสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไป เราก็มักจะบอกกับตัวเองว่า “เราก็ทำบางอย่างเสร็จเหมือนกันนะ (ถึงแม้จะสำคัญน้อยกว่าเรื่องที่ควรจะทำก็ตาม) ดังนั้นการที่เราเลือกจะไม่ทำสิ่งนี้แล้วไปทำสิ่งอื่นก่อน ก็ไม่แย่นะ… เพราะเราก็ทำสิ่งที่เราเลือกเสร็จไง !!!” แต่ถ้าลองพิจารณาให้ดี ก็จะรู้ว่า ในความเป็นจริงแล้วเรากำลังผัดวันประกันพรุ่ง โดยเลือกทำในสิ่งที่ไม่สำคัญ (และบางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำในเวลานั้น) หรือ มีความสำคัญน้อยกว่า และเลือกที่จะไม่ทำสิ่งที่จริง ๆ แล้วควรจะทำให้เสร็จในตอนนี้
บ่อยครั้งในการผัดวันประกันพรุ่ง กิจกรรมที่เราเลือกทำมักจะเป็นกิจกรรมที่เราชอบ หรือสร้างความสุขให้กับเรา ซึ่งหากดูเผิน ๆ สิ่งนี้ก็น่าจะดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยสร้างความสุข ความผ่อนคลายให้กับเราได้ แต่… สุดท้ายแล้ว เมื่อต้องกลับมาทำสิ่งที่เราเคยเลื่อนมันออกไปให้เสร็จ การผัดวันประกันพรุ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เราเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง (Self-criticism) หรือทำให้เรารู้สึกเครียด รู้สึกเศร้า หรือ รู้สึกแย่กับตัวเองได้
สาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่งมีอยู่หลากหลายสาเหตุ เช่น
แรงจูงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผัดวันประกันพรุ่งแบบตั้งใจ เราใช้การผัดวันประกันพรุ่งรูปแบบนี้ก็เพราะเชื่อว่า ยิ่งใกล้หมดเวลา เรายิ่งมีแรงกระตุ้นที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้นให้เสร็จ เหมือนเราใช้กำหนดเวลาเป็นตัวผลักดันให้ทำสิ่งนั้นให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
การรับรู้ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ต้องทำ ลองนึกถึงสถานการณ์เมื่อเรานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อจะเริ่มพิมพ์งาน หรือ กำลังมองหนังสือที่เรากำลังจะอ่าน เราอาจจะรู้สึกเบื่อ เหนื่อย ไม่อยากทำ เรารับรู้ความรู้สึกนั้นและไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้น เราจึงเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นก่อนเพื่อให้หลุดออกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยลืมคิดไปว่า สุดท้ายแล้วหากงานไม่เสร็จ หรือ อ่านหนังสือไม่จบ จะเกิดอะไรขึ้นและเราจะรู้สึกอย่างไร
ความสามารถในการจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อนาคตคือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น การคิดถึงอนาคตจึงเป็นเพียงการจินตนาการว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการผัดวันประกันพรุ่งรุนแรงน้อยกว่าความเป็นจริง เช่น ความเครียดที่เกิดขึ้นจากกำหนดเวลาที่ใกล้เข้ามา หรือ ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นเพราะพลาดโอกาสบางอย่างจากการไม่ตัดสินใจ เป็นต้น เราอาจไม่ทันคิดว่าเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาส่งงานเราจะเครียดได้มากขนาดไหน จึงทำให้เราตัดสินใจที่จะเลื่อนสิ่งที่จำเป็นต้องทำออกไปเพราะเราประเมินว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่น่ากังวล
การประเมินเวลาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เราอาจไม่ได้มีความสามารถในการประเมินเวลาที่ใช้แม่นยำมากนัก ไม่ว่าจะในรูปแบบของการประเมินเวลาที่ใช้น้อยกว่าความเป็นจริงหรือมากกว่าความเป็นจริง เมื่อเราประเมินว่าสิ่งที่เราต้องทำนั้นใช้เวลาน้อยกว่าความเป็นจริง เราก็จะคิดว่า “น่าจะมีเวลาพอแหละที่จะทำให้เสร็จ” “ก็เหลืออีกไม่กี่หน้านะที่ต้องอ่าน ทันแหละ…” ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะเลื่อนสิ่งนั้นออกไปเพราะคิดว่า “เดี๋ยวค่อยทำ… ยังไงก็ทัน” ในทางตรงกันข้าม หากเราประเมินว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นใช้เวลามากเหลือเกิน เราก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการทำสิ่งนั้นออกไปเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากตกอยู่ในความเครียด ความเหนื่อย หรือ ความเบื่อ นานขนาดนั้น
รอเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือ เวลาที่เราจะรู้สึกพร้อม ไม่เหนื่อย เต็มไปด้วยพลัง ดังนั้นเมื่อต้องทำอะไรบางอย่างด้วยความไม่พร้อม เราจึงเริ่มคิดถึงการเลื่อนสิ่งนั้นออกไปก่อน ขอไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ตัวเองพร้อมกว่านี้ ซึ่งในความจริงแล้วช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกพร้อมและเต็มไปด้วยพลังนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้น้อยครั้ง หรือ อาจจะไม่มีอยู่จริง
สุดท้าย… หากเราได้ผัดวันประกันพรุ่งไปแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการตำหนิตัวเอง ขอให้เตือนตัวเองไว้ว่า การตำหนิตัวเองไม่ได้ช่วยให้เราหยุดการผัดวันประกันพรุ่งได้ แต่กลับเป็นการทำลายกำลังใจของตัวเอง
Finch, H. (2020). The psychology of procrastination: Understand your habits, find motivation, and get things done. Rockridge Press: California.
บทความโดย
ผศ. ดร.จิรภัทร รวีภัทรกุล
อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ
