อยู่ก็ได้…ตายก็ดี ทำความรู้จัก Passive Suicidal Ideation ภัยเงียบที่ทำร้ายใจคนยุคใหม่

24 Mar 2026

Trigger Warning: บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกล่าวถึงความคิดอยากตาย (Suicidal Ideation)
และภาวะความเปราะบางทางจิตใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้อ่านบางท่าน
หากคุณกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หรือรู้สึกไม่สบายใจขณะอ่าน
แนะนำให้หยุดพักหรือข้ามส่วนดังกล่าวไปก่อน สุขภาพจิตของคุณสำคัญที่สุดค่ะ

 

 

‘Passive Suicidal Ideation’ อาจเป็นคำที่หลายคนไม่คุ้นหู แต่หากลองพิจารณาถึงความรู้สึกที่ว่า “อยู่ก็ได้ ตายก็ดี” หรือการเฝ้ารอให้มีเหตุการณ์บางอย่างมาทำให้ชีวิตนี้จบสิ้นลงไปโดยที่เราไม่ต้องลงมือเอง ความรู้สึกเหล่านี้อาจอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

 

บนโลกใบนี้ เราอาจจะคุ้นเคยกับการฆ่าตัวตายแบบกระตือรือร้น (Active Suicidal Ideation) คือการมีแผนการและเจตนาที่ชัดเจนเป็นอย่างดี แต่สำหรับการมีอาการแบบ Passive นั้นกลับเปรียบเสมือน “ภูเขาน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้น้ำ” มันคือความปรารถนาที่จะหยุดมีชีวิตอยู่ แต่ยังขาดแรงจูงใจหรือแผนการที่จะทำร้ายตนเองในขณะนั้น ทว่าความนิ่งเงียบนี้เองที่มักทำให้สัญญาณอันตรายถูกมองข้ามไป (Bostwick et al., 2016)

 

  • “ถ้าหลับไปแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกก็คงดี”
  • “อยากให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเราจัง”
  • “ถ้าเราหายไปตอนนี้ โลกก็คงดำเนินต่อไปได้”
  • “เหนื่อยเกินกว่าจะใช้ชีวิตต่อ แต่ก็ไม่ได้อยากฆ่าตัวตายนะ”

 

ประโยคเหล่านี้มักถูกสื่อสารออกมาในลักษณะของคำตัดพ้อหรือความคิดชั่ววูบ แต่ในทางจิตวิทยา มันคือเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึก เป็นสัญญาณว่าสภาวะจิตใจกำลังแบกรับภาระที่หนักเกินไป และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่อันตรายไม่แพ้กัน

 

 

 

สัญญาณเตือนของ Passive Suicidal Ideation


 

  • เพ้อฝันถึงความตาย: มักจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ตนเองเสียชีวิต หรือความรู้สึกโล่งใจหากไม่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อ
  • พฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่ใส่ใจชีวิต: เริ่มละเลยความปลอดภัย เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย หรือใช้สารเสพติด เพราะลึกๆ รู้สึกว่า “ถ้าเป็นอะไรไปก็ไม่เป็นไร”
  • การละเลยตนเอง (Self-neglect): ไม่ดูแลสุขภาพ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว หรือหากมีโรคประจำตัวก็เริ่มไม่รับประทานยาตามสั่ง
  • ความรู้สึกไร้ค่าและโดดเดี่ยว: เชื่อว่าตนเองเป็นภาระ (Perceived Burdensomeness) และไม่มีใครเข้าใจหรือต้องการ (Thwarted Belongingness) หรือแม้แต่ความรู้สึกว่า “การหายไปของฉันอาจมีค่ากว่าการมีชีวิตอยู่”
  • การปลีกตัวจากสังคม: เริ่มถอยห่างจากความสัมพันธ์และกิจกรรมที่เคยชอบ เพราะมองไม่เห็นความหมายของการมีปฏิสัมพันธ์
    ความน่ากลัวของภาวะนี้คือมันสามารถเปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะลงมือจริง (Active) ได้ทุกเมื่อ หากมีปัจจัยกระตุ้นที่รุนแรงหรือความสิ้นหวังมีมากขึ้นจนถึงขีดสุด

 

 

จะทำอย่างไรเมื่อเริ่มมีความคิดแบบ Passive Suicidal Ideation?


 

การเยียวยาจิตใจจากความรู้สึกที่อยากหายไปนั้นอาจต้องใช้เวลาและความเข้าใจ ตลอดจนแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างที่จะช่วยให้ความคิดเหล่านี้บรรเทาลง โดยมีแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้:

 

  1. อนุญาตให้ตนเองยอมรับความรู้สึก: การยอมรับว่าเรากำลังมีความคิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ แต่มันคือสัญญาณบอกว่า “ใจเรากำลังป่วย” และต้องการการดูแล
  2. ระบายความในใจกับพื้นที่ปลอดภัย: การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจหรือนักจิตวิทยาช่วยให้ความอึดอัดในใจเบาบางลง และช่วยให้เรามองเห็นแง่มุมที่ถูกบดบังด้วยความเศร้า
  3. สร้างแผนความปลอดภัย (Safety Plan): กำหนดรายชื่อบุคคลหรือเบอร์โทรศัพท์สายด่วนที่สามารถติดต่อได้ทันทีเมื่อความคิดเริ่มรุนแรงขึ้น รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย
  4. ค้นหาความหมายในสิ่งเล็กน้อย: ไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากการมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เช่น เพื่อสัตว์เลี้ยง เพื่อหนังสือที่ยังอ่านไม่จบ หรือเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การทำจิตบำบัดหรือการปรึกษาจิตแพทย์จะช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมองและช่วยปรับกระบวนการคิดให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง

 

ความรู้สึกอยากตายไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต แต่มันคือเสียงสะท้อนว่าเราต้องการ “ความช่วยเหลือ” การมองเห็นคุณค่าในตัวเองในวันที่ใจเหนื่อยล้าอาจเป็นเรื่องยาก แต่การก้าวออกมาขอความช่วยเหลือคือก้าวแรกที่กล้าหาญที่สุด
อยากให้รู้เอาไว้เสมอว่าการขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดเงียบๆเหล่านี้ทำลายคุณค่าในชีวิตของคุณนะคะ ☺

 

 

หมายเหตุ : หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับความทุกข์ใจ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 


References:

 

เมธินี คุ้มภัย, และ วรวรรณ จงตระกูล. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างการเห็นคุณค่าในตนเอง ความรู้สึกเป็นภาระ และความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งกับความคิดฆ่าตัวตายในนิสิตมหาวิทยาลัย. วารสารจิตวิทยาคลินิกไทย, 54(1), 45-58. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/tci-thaijclinicpsy/article/view/270180/180671

 

Bostwick, J. M., Pabbati, C., Geske, J. R., & McKean, A. J. (2016). Suicide attempt as a risk factor for completed suicide: Even more lethal than we knew. American Journal of Psychiatry, 173(11), 1094-1100.

 

Britton, P. C., Van Orden, K. A., Hirsch, J. K., & Williams, G. C. (2019). Basic psychological needs, suicidal ideation, and risk for suicidal behavior in Veterans. Professional Psychology: Research and Practice, 50(6), 361–369. https://doi.org/10.1037/pro0000252

 

Liu, R. T., Bettis, A. H., & Burke, T. A. (2020). Characterizing the course of suicidal ideation: A systematic review and meta-analysis of longitudinal studies. Clinical Psychology Review, 76, Article 101819. https://doi.org/10.1016/j.cpr.2020.101819

 

Neuro Wellness Spa. (2023). Understanding passive suicidal ideation: Signs, causes, and help. https://neurowellnessspa.com/passive-suicidal-ideation/

 

Schoevaerts, K., & Dierckx, E. (2021). Passive suicidal ideation in older adults: A systematic review. [Author manuscript]. Vrije Universiteit Brussel. https://cris.vub.be/ws/portalfiles/portal/95407317/Auteursmanuscript_PassiveSI.pdf

 

Simon, G. E., Rutter, C. M., Peterson, D., Oliver, M., Whiteside, U., Ludman, E., & Operskalski, B. (2013). Does response on the PHQ-9 Depression Questionnaire predict subsequent suicide attempt or completed suicide? Psychiatric Services, 64(12), 1195-1202.

 

 


 

 

บทความโดย

คุณบุณยาพร อนะมาน

นักจิตวิทยาประจำศูนย์จิตวิทยาเพื่อประสิทธิภาพองค์กร (PSYCH-CEO)

 

 

Share this content