อัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษา – Counsellor’s Identity

09 Sep 2026

คำศัพท์จิตวิทยา

 

อัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษา หมายถึง การให้ความหมายกับประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการใช้ชีวิตในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการรับรู้ บทบาท คุณค่า ความหมายของการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษากับการใช้ชีวิต

 

อัตลักษณ์ทางวิชาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษาคือคำตอบที่บุคคลมีต่อคำถามที่ว่า “ฉันเป็นใครในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา?” และ “ฉันจะมีชีวิตในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างไร?” โดยเราสามารถทำความเข้าใจอัตลักษณ์ทางวิชาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษาผ่านกรอบแนวคิดของ Erikson (1980) ได้โดยการแบ่งอัตลักษณ์ทางวิชาชีพออกเป็น 3 มิติ ดังนี้

 

1. อัตลักษณ์ทางวิชาชีพเชิงอัตตา (professional ego identity)

ประสบการณ์ที่เกิดจากวิชาชีพหรือการทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา รวมถึงกระบวนการในการทำความเข้าใจเพื่อให้ได้มาซึ่งความหมายของประสบการณ์นั้น ๆ

 

2. อัตลักษณ์ทางวิชาชีพส่วนบุคคล (professional personal identity)

ชุดความเชื่อ แนวคิด เป้าหมาย และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพหรือการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาที่บุคคลนั้นแสดงออกมา โดยทฤษฎีการให้คำปรึกษาที่ปัจเจกเลือกใช้ก็จัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของอัตลักษณ์ประเภทนี้

 

3. อัตลักษณ์ทางวิชาชีพเชิงสังคม (professional social identity)

ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของวิชาชีพหรือนักจิตวิทยาการปรึกษาที่บุคคลรับเอามาเป็นของตนเอง ซึ่งมักจะมีความเกี่ยวโยงกับวงสังคมทางวิชาชีพที่บุคคลใช้ชีวิตอยู่

 

 

นอกจากแนวคิดของ Erikson แล้ว Cureton, Davis, และ Giegerich (2019) ได้ศึกษาการพัฒนาอัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษา โดยพยายามทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษาผ่านกรอบแนวคิดที่มีความเชื่อมโยงกับบริบทของยุคปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งระบุไว้ว่าอัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษามีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลัก 4 ปัจจัย ได้แก่

 

  1. การได้มาซึ่งใบรับรองและหลักฐานรองรับความน่าเชื่อถือในฐานะนักวิชาชีพ ซึ่งมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
  2. ความแตกต่างระหว่างนักจิตวิทยาการปรึกษากับวิชาชีพอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น นักจิตวิทยาคลินิก จิตแพทย์โดยความแตกต่างที่ชัดเจนจะช่วยให้นักจิตวิทยาการปรึกษารับรู้อัตลักษณ์ทางวิชาชีพของตนเองได้ชัดเจนด้วย
  3. ความเข้าใจในปรัชญาพื้นฐานของการให้การปรึกษาเชิงจิตวิทยา ซึ่งการถือหลักปรัชญาที่แตกต่างกัน อาจทำให้นักจิตวิทยาการปรึกษารับรู้อัตลักษณ์ของตนเองแตกต่างกันด้วย
  4. ความมีส่วนร่วมในวงสังคมวิชาชีพ ซึ่งความมีส่วนร่วมในแวดวงวิชาชีพนั้นจะเพิ่มโอกาสในการรับเอาอัตลักษณ์ทางวิชาชีพที่แวดวงนั้นถือไว้มาเป็นของตนเอง

 

Watkins (2019) เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษานั้นเหมาะที่จะศึกษาและอธิบายผ่านมุมมองที่เน้นศึกษาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพลวัตของการเรียนรู้ (Transformative Learning Process) ซึ่งเป็นมุมมองที่พัฒนามาเพื่อใช้ศึกษาสิ่งต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ โดยมีพื้นฐานการคิดว่าอัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษานั้นเป็นกระบวนการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ

 

  • การให้นิยามต่อมุมมองของกระบวนการให้การปรึกษา วิธีการทำงาน รวมถึงปรัชญาและคุณค่าในการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษา
  • ทิศทางในการทำงานและความเข้าใจต่อกระบวนการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษา

 

อัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องใน 6 มิติดังต่อไปนี้

 

  1. ตัวตนในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา (self as therapist)
  2. มุมมองต่อศาสตร์จิตบำบัด (worldview of psychotherapy)
  3. วิธีการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา (epistemology)
  4. การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา (ontology)
  5. พฤติกรรมในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา (behavior)
  6. ความสามารถในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา (capacity)

 

 

 

 

พัฒนาการของนักวิชาชีพจิตวิทยาการปรึกษา


 

 

Rønnestad และ Skovholt (2003) ได้ทำการศึกษาการเกิดพัฒนาการทางวิชาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษา ซึ่งเป็นงานวิจัยระยะยาวที่ใช้เวลาถึง 15 ปี โดยพวกเขาพบว่าพัฒนาการทางวิชาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษานั้นสามารถแบ่งออกไปเป็น 6 ระยะ (The Counselor and Therapist Developmental Model) โดยในแต่ละระยะนักจิตวิทยาจะมีโจทย์ที่ต้องเรียนรู้รวมถึงต้องพบเจอกับความท้าทายเชิงวิชาชีพและความยากลำบากที่แตกต่างกันไป ดังนี้

 

ระยะที่ 1 ผู้ช่วยเหลือจำเป็น (The Lay Helper Phase)

 

คือ ระยะก่อนที่นักจิตวิทยาการปรึกษาจะตัดสินใจศึกษาศาสตร์ของการทำจิตบำบัดอย่างจริงจัง ในระยะนี้ ผู้ช่วยเหลือนั้นจะอาศัยหลักปรัชญาชีวิตส่วนตัวและสามัญสำนึกเป็นฐานการคิดในการช่วยเหลือผู้อื่น ขาดรากฐานทางทฤษฎีและความเข้าใจในความซับซ้อนของปัญหาทางจิตใจ พวกเขาอาศัยความรู้และประสบการณ์ตัวเองในการระบุปัญหาและให้การสนับสนุนทางอารมณ์กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทำให้มักจะมีปัญหาในแง่ขอบเขตของการช่วยเหลือ จรรยาบรรณของการให้คำปรึกษา ตลอดจนประสิทธิผลที่ได้เกิดขึ้น

 

ระยะที่ 2 ผู้เริ่มศึกษาในขั้นเริ่มต้น (The Beginning Student Phase)

 

คือ ระยะที่ผู้สนใจในศาสตร์จิตบำบัดเริ่มต้นการศึกษาอย่างจริงจัง พวกเขาจะพบว่าวิธีการและแนวคิดในการช่วยเหลือผู้อื่นที่พวกเขาเคยใช้มานั้นอาจเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมและไม่มีประสิทธิภาพ กล่าวคือเป็นระยะที่พวกเขาเปลี่ยนแปลงจากการเป็นผู้รู้ในฐานะผู้ช่วยเหลือจำเป็นกลายเป็นผู้ที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการช่วยเหลือในระดับวิชาชีพ พวกเขามักให้ความสำคัญกับความคิดเห็นและการประเมินจากที่ปรึกษานิเทศ ซึ่งส่งผลต่อขวัญกำลังใจและการปฏิบัติงาน ลักษณะสำคัญคือความกระตือรือร้นแต่ขาดความมั่นใจในตนเอง และมักยึดติดกับเทคนิคที่เรียนรู้

 

ระยะที่ 3 ผู้ศึกษาในขั้นก้าวหน้า (The Advanced Student Phase)

 

คือ ระยะที่ผู้เรียนผ่านประสบการณ์ฝึกงานในรูปแบบต่าง ๆ และมีวิชาความรู้ในการช่วยเหลือผู้อื่นในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างเต็มที่แล้ว ในระยะนี้พวกเขาจะเริ่มมีมาตรฐานในการช่วยเหลือและคาดหวังผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาตระหนักได้ถึงภาระและความรับผิดชอบในฐานะนักจิตบำบัดมืออาชีพ ทำให้การทำงานของพวกเขามีลักษณะที่ค่อนข้างรัดกุม เคร่งเครียด หวังผล และไม่เป็นธรรมชาติมากนัก พวกเขาจะรู้สึกมั่นใจในทักษะความรู้และความสามารถของตนเองมากขึ้นมากเมื่อเทียบกับระยะก่อนหน้า ยังคงแสวงหาคำแนะนำจากรุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมงาน แต่เริ่มประเมินคำแนะนำอย่างมีวิจารณญาณและมีความยืดหยุ่นในการใช้เทคนิคตามสถานการณ์

 

ระยะที่ 4 นักวิชาชีพมือใหม่ (The Novice Professional Phase)

 

คือ ระยะที่นักจิตบำบัดนั้นจบการศึกษาและกลายเป็นนักจิตบำบัดมืออาชีพเต็มตัว สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ให้บริการด้วยความถูกต้องและเริ่มจัดการกับกรณีซับซ้อนด้วยความมั่นใจ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่เกิดจากความหลากหลายของผู้มารับบริการที่ไม่เหมือนกับครั้งฝึกงานและลักษณะของการทำงานที่ไม่มีการสนับสนุนเหมือนตอนที่พวกเขายังเรียนอยู่ ในระยะนี้พวกเขาต้องรับมือกับความรู้สึกผิดหวังและความวิตกกังวลในความสามารถของตนเอง พวกเขาจะเริ่มสำรวจตัวเองและทบทวนวิธีคิดในการทำงานใหม่เพื่อให้เข้ากับบริบทของการทำงานจริงมากขึ้น โดยเริ่มให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้รับบริการมากกว่าคำแนะนำจากที่ปรึกษา บางคนอาจเริ่มมีบทบาทผู้นำในที่ทำงาน แต่ยังแสวงหาการกำกับดูแลเพื่อยืนยันความสามารถ

 

ระยะที่ 5 นักวิชาชีพที่มีประสบการณ์ (The Experienced Professional Phase)

 

คือ ระยะที่นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพนั้นได้ผ่านประสบการณ์ทำงานจริงมาแล้ว พวกเขาผ่านการทำงานกับผู้มาขอรับบริการที่หลากหลายและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน ในระยะนี้หลังจากที่ผ่านการสำรวจตัวเองและสิ่งที่ตกผลึกได้จากประสบการณ์ นักจิตวิทยาการปรึกษาจะเริ่มสร้างแนวทางในการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับตัวตนของตัวเอง พวกเขาจะหาทางใช้ทักษะและความรู้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับทัศนคติความเชื่อและคุณค่าส่วนบุคคล มีสไตล์การทำงานเป็นเอกลักษณ์ สามารถบูรณาการแนวทางหลากหลาย และได้รับการยอมรับในวงวิชาชีพ

 

ระยะที่ 6 นักวิชาชีพอาวุโส (The Senior Professional Phase)

 

คือ ระยะที่นักจิตวิทยาการปรึกษาได้ผ่านการทำงานในฐานะนักวิชาชีพมาแล้ว 20-25 ปีหรือมากกว่า (ไม่ใช่ทุกคนที่จะก้าวสู่ขั้นนี้ได้) ในระยะนี้นอกจากการมีหน้าที่ในการเป็นนักจิตบำบัดมืออาชีพแล้ว พวกเขายังมีหน้าที่ในฐานะผู้สอนและผู้ชี้แนะอีกด้วย เนื่องจากมีมุมมองเชิงบูรณาการและสามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องท้าทายของนักจิตบำบัดอาวุโสคือการที่พวกเขามีความรู้และประสบการณ์การทำงานสูง อาจทำให้พวกเขาเกิดภาวะไม่เห็นอกเห็นใจทางปัญญากับผู้อื่น และเกิดความเบื่อหน่ายในหน้าที่การงาน นอกจากนี้พวกเขาอาจจะต้องประสบกับการสูญเสียบุคคลที่สำคัญอย่างเช่นครูหรืออาจารย์ของพวกเขาอีกด้วย

 

 


 

 

ข้อมูลจาก

 

วรัทธน์ ปัญญาทิยกุล. (2565). ประสบการณ์การผสมผสานอัตลักษณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพ [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2022.555

 

ซัลมาร์ มณีวงศ์. (2567). ประสบการณ์ในการรับมือกับความท้าทายจากการปฏิบัติงานทางวิชาชีพ ของนักจิตวิทยาการปรึกษามือใหม่ [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2024.607

 

 

Share this content